จำคุกทหาร-ตร.-ท้องถิ่นค้าโรฮีนจา 'พล.ท.มนัส'โดน2คดี-ติดอ่วม47ปี

 15 พ.ค. 2562 04:47 น.
Facebook Twitter Pinterest LinkedIn Google+

เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษาคดีร่วมกันฟอกเงิน ค้ามนุษย์โรฮีนจา ที่ พนักงานอัยการ คดีพิเศษ 3 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายชลชาสน์ ไชยมณี จำเลยที่ 1 กับพวก รวม 54 คน เป็นจำเลย สมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปกระทำความผิดฐาน ฟอกเงิน และร่วมกันฟอกเงิน ตาม พ.ร.บป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 มาตรา 3, 5, 6, 9, 60 ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83, 91
คดีนี้โจทก์ฟ้องสรุปว่า เมื่อระหว่างปี 2554-2558 พวกจำเลยได้สมคบและตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงินจากการค้ามนุษย์โรฮีนจา ร่วมกันกระทำความผิดเปิดบัญชีธนาคารรับโอนเงิน ฝากเงิน เปลี่ยนสภาพทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดหรือซุกซ่อนหรือปกปิดแหล่งที่มาของทรัพย์สิน ฯลฯ อันเป็นการฟอกเงิน รวมยอดเงินหมุนเวียนรวม 443,389,468 บาท แล้วนำเงินไปซื้อ ที่ดิน 27 แปลง เหตุเกิดที่ จ.ระนอง จ.สงขลา จ.สตูล จ.กระบี่ เกี่ยวพันกัน พวกจำเลยให้การปฏิเสธ
จำเลยคนสำคัญในคดีร่วมกันฟอกเงินนี้ได้แก่ นายปัจจุบัน หรือโกโต้ง อังโชติพันธุ์ อดีตนายก อบจ.สตูล จำเลยที่ 14 นายบรรณจง ปองผล หรือโกจง อดีตนายกเทศมนตรี เมืองปาดังเบซาร์ จำเลยที่ 45, พล.ท.มนัส คงแป้น อดีตผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบก จำเลยที่ 46, ร.ต.ต.นราทอน สัมพันธ์ อดีตรอง สว.ป.กก.สส.ภ.จว.ระนอง จำเลยที่ 47, พ.ต.ท.ชาญ อู่ทอง สว.ธร.สภ.เคียนซา จ.สุราษฎร์ธานี จำเลยที่ 48 รวมจำเลย 54 คน
ศาลพิเคราะห์คำเบิกความและพยานหลักฐานทั้งสองฝ่ายแล้วที่นำสืบหักล้างแล้วเห็นว่า พวกจำเลยร่วมกันกระทำความผิดตามฟ้อง พิพากษาให้จำคุกนายบรรณจง, พล.ท.มนัส, ร.ต.ต.นราทอน, พ.ต.ท.ชาญ จำเลยที่ 45-48 ตาม พ.ร.บ.ฟอกเงิน พ.ศ.2542 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา เนื่องจากจำเลยที่ 45-48 เป็น ผู้บริหารท้องถิ่น ข้าราชการทหาร และตำรวจ จึงต้องระวางโทษเป็นสองเท่า ลงโทษจำคุกนายบรรณจง จำเลยที่ 45 เป็นเวลา 20 ปี, จำคุก พล.ท.มนัส จำเลยที่ 46 รวม 2 ข้อหา 40 ปี แต่ให้จำคุกได้ไม่เกิน 20 ปี ตามประมวลกฎหมายมาตรา 90(2), จำคุก ร.ต.ต.นราทอน จำเลยที่ 47 รวม 12 ปี, จำคุก พ.ต.ท.ชาญ จำเลยที่ 48 รวม 10 ปี ส่วนนายปัจจุบัน หรือโกโต้ง จำเลยที่ 14 จำคุกรวม 10 ปี และให้จำคุกจำเลยที่ 1, 5, 11, 12, 13, 16, 17, 19, 20, 22 และ 27 ฐานสมคบกันฟอกเงิน คนละ 10 ปี, จำคุกจำเลยที่ 8, 54 คนละ 8 ปี, จำคุกจำเลยที่ 35 มีกำหนด 6 ปี, จำคุกจำเลยที่ 53 ไว้ 5 ปี, จำคุกจำเลยที่ 15, 26, 42 คนละ 4 ปี, จำคุกจำเลยที่ 2,3 คนละ 3 ปี, จำคุกจำเลยที่ 51 ไว้ 2 ปี, จำคุกจำเลยที่ 21, 37 และ 52 คนละ 1 ปี, จำคุกจำเลยที่ 30 ไว้ 16 ปี
สำหรับจำเลยที่ 4, 6, 7, 10, 24, 31, 32, 34, 36, 38, 40, 41, 43, 50 มีความผิดฐานสนับสนุนกระทำความผิดฐาน ฟอกเงิน ลงโทษจำคุกจำเลยที่ 10, 31, 36, 43 คนละ 10 ปี, จำคุกจำเลยที่ 7 ไว้ 8 ปี, จำคุกจำเลยที่ 4 ไว้ 7 ปี, จำคุกจำเลยที่ 40 ไว้ 5 ปี, จำคุกจำเลยที่ 24,41 คนละ 3 ปี, จำคุกจำเลยที่ 6,34 คนละ 2 ปี, จำคุกจำเลยที่ 38 ไว้ 1 ปี, จำเลยที่ 32 ไว้ 2 ปี และจำคุกจำเลยที่ 50 ไว้ 4 ปี ส่วนจำเลยอื่นที่ยกฟ้อง ได้แก่ จำเลยที่ 8, 9, 18, 23, 25, 28, 29, น 33, น 44 และ ที่ 49 เนื่องจากไม่มีพยานหลักฐาน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 19 ก.ค.2560 ศาลอาญาพิพากษาคดีค้ามนุษย์โรฮีนจา คดีหมายเลขดำที่ คม.19,27, 28, 29, 32, 35, 36, 40, 41, 47, 63/2558 และคดีหมายเลขแดงที่ คม. 33, 34, 35, 36, 37, 38, 39, 40, 41, 42, 43/2560 รวม 11 สำนวน จำเลยคนสำคัญ คือ พล.ท.มนัส คงแป้น อดีตผู้ทรงคุณวุฒิ กองทัพบก
ศาลพิพากษาจำคุกจำเลย อาทิ นายบรรจง อดีตนายกเทศมนตรีเมืองปาดังเบซาร์ จ.สงขลา จำเลยที่ 1, นายอ่าสัน หรือ หมู่สัน อดีต ส.ท.เมืองปาดังเบซาร์ จำเลยที่ 2 และ นายประสิทธิ์ หรือเดช อดีตรองนายกเทศมนตรีปาดังเบซาร์ จำเลยที่ 6 ที่ คนละ 78 ปี ฐานค้ามนุษย์บุคคลที่อายุไม่เกิน 15 ปีและอายุเกิน 15 ปีกับอายุเกิน 18 ปี และมีส่วนร่วมอาชญากรรมข้ามชาติ
จำคุกนายปัจจุบัน หรือ โกโต้ง อดีตนายก อบจ.สตูล จำเลยที่ 29 มีกำหนด 75 ปี ส่วน พล.ท.มนัส จำเลยที่ 54, พ.ต.ท.ชาญ อู่ทอง จำเลยที่ 31, ร.ต.ต.นราทอน สัมพันธ์ จำเลยที่ 33 และ นายอาบู หรือ ส.จ.บู ฮะอุรา อดีต ส.อบจ. อ.ควนโดน จ.สตูล จำเลยที่ 14 จำคุกไว้คนละ 27 ปี รวมทั้งให้จำเลยรวม 62 ราย ที่ศาลพิพากษาลงโทษ ร่วมกันชดใช้เงินค่าเสียหายต่อเสรีภาพ กับทุกข์ต่อจิตใจและร่างกาย และการขาดรายได้ทำมากินกับผู้เสียหายทั้งที่เป็นเด็กชาย 7 ราย กับและผู้เสียหายที่อายุกว่า 15 ถึง 18 ปี จำนวน 58 คนด้วย ตั้งแต่รายละ 50,000-159,000 บาท รวมเป็นเงิน 4,400,250 บาท--จบ--

--มติชน ฉบับวันที่ 16 พ.ค. 2562 (กรอบบ่าย)--
News Code: das pol g:matichon g:agency g:paper g:mati p:mtcd v:paperl







จำนวนการเข้าชมเว็บไซต์
Copyright © 2010-2019, 5OCC.ISOC.go.th