บก.ป.สางคดีบึ้มกรุง

 13 ส.ค. 2562 03:58 น.
Facebook Twitter Pinterest LinkedIn Google+

คุมตัว2มือระเบิด แจ้งข้อหา-ฝากขัง
ผบ.ตร.กร้าว สั่งโอนสำนวนคดีระเบิดป่วนกรุงมาให้ บก.ป. สางคดี หลังพบระเบิดทุกจุด ล้วนเชื่อมโยงกัน พร้อมจ่อประสานอัยการสูงสุด เป็นหัวหน้าพนักงานสอบสวน เหตุคดีเกี่ยวพันนอกราชอาณาจักร หลังพบ "มาส เตอร์มายด์" เรียกประชุมทีมบึ้มในพื้นที่มาเลย์ ใกล้ 3 จังหวัดชายแดนใต้ ด้านชุดคลี่คลายคดี เตรียมคุม 2 มือวางบึ้มหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขึ้นมาจากศูนย์ซักถาม ศปก.ตร.สน. จ.ยะลา มาแจ้งข้อหา ก่อนฝากขังผัดแรก ที่ศาลอาญากรุงเทพฯใต้ 15 ส.ค.
ยังคงเป็นเหตุการณ์ที่ทำให้ชาวกรุงเทพฯ และปริมณฑล ล้วนขวัญผวา หลังเกิดวินาศกรรมป่วนกรุงเทพฯ และ จ.นนทบุรี มีคนร้ายจำนวนมาก เดินทางจาก 3 จังหวัดชายแดนใต้ ลอบวางระเบิดสถานที่สำคัญและเผาร้านค้าย่านเศรษฐกิจช่วงวันที่ 1-2 ส.ค. ที่ผ่านมา รวม 6 พื้นที่ 17 จุด ทุกจุดเป็นระเบิดแสวงเครื่องตั้งหน่วงเวลาให้เกิดเหตุช่วงเวลาใกล้เคียงกัน เพื่อสร้างสถานการณ์ โดยตำรวจและหน่วยงานความมั่นคง สามารถแกะรอยจากกล้องวงจรปิดจับกุมผู้ต้องสงสัยก่อเหตุได้แล้วจำนวนหนึ่ง ทุกคนมีประวัติเกี่ยวพันกับขบวนการก่อความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นอาร์เคเครุ่นใหม่ขณะนี้อยู่ระหว่างคุมตัวไปเค้นสอบหาจุดประสงค์การก่อเหตุและขยายผลผู้ร่วมขบวนการเพิ่มเติมที่ ศปก.ตร.สน. จ.ยะลา ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
ความคืบหน้า เมื่อวันที่ 12 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานจาก บก.ป. ว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. มอบหมายให้ พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป. จัดเตรียมคณะพนักงานสอบสวน บก.ป. เพื่อรับโอนคดีระเบิดป่วนกรุงที่ล่าสุดพบว่ามีทั้งหมด 17 จุดจากพื้นที่ต่าง ๆ ไปดำเนินคดีเพียงฝ่ายเดียว โดยให้ทำเป็นคดีเดียวกัน เพื่อให้ง่ายต่อการดำเนินคดี เนื่องจากการสืบสวนที่ผ่านมาพบว่าระเบิดทั้งหมดมีความเชื่อมโยงกัน และกลุ่มผู้สั่งการน่าจะเป็นคนกลุ่มเดียวกัน แม้ว่าจะยังไม่มีหลักฐานที่ชี้ชัดถึงสาเหตุของการเกิดเหตุ แต่ก็เชื่อว่าน่าจะมีเป้าหมายเพื่อสร้างความวุ่นวายในกรุงเทพฯ
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า การทำสำนวนการสอบสวนทั้งหมด บก.ป. ได้มอบหมายให้ พ.ต.อ.สมควร พึ่งทรัพย์ รอง ผบก.ป. นายตำรวจนักกฎหมายฝีมือดี และเป็นนายตำรวจที่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ไว้วางใจเป็นหัวหน้าทีมสอบสวนในการรวมรวมพยานหลักฐานและศึกษาข้อกฎหมายทั้งหมด รวมทั้งแสวงหาหลักฐานจากการสอบสวน เพื่อขยายผลไปถึงตัวผู้บงการ หรือ มาสเตอร์มายด์ ที่อยู่เบื้องหลัง หากพบหลักฐานว่าใครเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดก็ให้เร่งออกหมายจับเพิ่มเติมได้ทันที นอกจากนี้ยังให้ประสานกับสำนักงานอัยการสูงสุด เพื่อติดต่ออัยการสูงสุดให้มาเป็นหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 20 ที่ระบุว่า ถ้าความผิดซึ่งมีโทษตามกฎหมายไทยได้กระทำลงนอกราชอาณาจักรไทย ให้อัยการสูงสุดเป็นพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบหรือจะมอบหมายให้พนักงานอัยการหรือพนักงานสอบสวนคนใดเป็นผู้รับผิดชอบทำการสอบสวนแทนก็ได้
ทั้งนี้มีรายงานว่า สาเหตุที่ต้องให้อัยการสูงสุด เข้ามาเป็นหัวหน้าพนักงานสอบสวน เนื่องจากแนวทางการสอบสวนพบว่า คดีนี้เกี่ยวพันกับการก่อเหตุนอกราชอาณาจักรด้วย เพราะจากการสอบปากคำผู้ต้องหาที่จับกุมตัวได้นั้น รวมทั้งการแสวงหาข่าวด้านการสืบสวนพบว่า มีข้อมูลสอดคล้องตรงกันว่า ก่อนเกิดเหตุผู้บงการที่อยู่เบื้องหลังได้มีการเรียกประชุมลับเพื่อวางแผน โดยมีคนร้ายชุดจู่โจมระดับทีมวางแผนและทีมวางระเบิดบางคนเข้าร่วมประชุมด้วย ซึ่งการประชุมดังกล่าวมีขึ้นในเขตแดนของประเทศมาเลเซียใกล้กับเขตชายแดนไทยในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ก่อนที่คนร้ายจะใช้ช่องทางธรรมชาติลักลอบเข้ามาในพื้นที่ประเทศไทย และลอบขึ้นมาก่อเหตุระเบิดในกรุงเทพฯ ส่วนรายละเอียดอื่น ๆนั้น คาดว่าทีมสอบสวนของ บก.ป. จะเรียกประชุมครั้งใหญ่ภายในสัปดาห์นี้
มีรายงานข่าวจากชุดคลี่คลายคดี แจ้งว่า ในวันที่ 13 ส.ค. ตำรวจจะควบคุมตัว นายลูไอ แซแง อายุ 22 ปี ผู้ทำหน้าที่วางระเบิดในจุดหน้าป้ายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ นายวิลดัน มาหะ อายุ 29 ปี ผู้ทำหน้าที่ดูต้นทางและคุ้มกัน ซึ่งถูกจับได้ที่จุดตรวจปฐมพร จ.ชุมพร อีกทั้งเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ ที่ 462-463/2562 ลงวันที่ 8 ส.ค. ในข้อหาอั้งยี่ซ่องโจร ร่วมกันทำใช้มีไว้ในครอบครองซึ่งวัตถุระเบิดฯ พยายามฆ่าผู้อื่น และพกพาอาวุธ (ระเบิด) ไปในเมืองฯ เดินทางขึ้นมาจาก ศปก.ตร.สน.จ.ยะลา เพื่อแจ้งข้อกล่าวหาก่อนคุมตัวไปขออำนาจศาลอาญากรุงเทพฯใต้ ฝากขังผัดแรก เป็นเวลา 12 วัน ในวันที่ 15 ส.ค. ต่อไป.

ที่มา: เดลินิวส์
News Code: das frnt g:dailynews g:agency g:paper p:dnd v:paperl







จำนวนการเข้าชมเว็บไซต์
Copyright © 2010-2019, 5OCC.ISOC.go.th