สรุปสถานการณ์ 3 จชต. ๒๓ - ๒๙ ธ.ค. ๖๐

 03 ม.ค. 2561 11:20 น.
Facebook Twitter Pinterest LinkedIn Google+
PDF DOWNLOAD


  1. บทสรุปผู้บริหาร
          จากติดตามสถานการณ์ข่าวที่เกิดขึ้นจากการนำเสนอของสื่อมวลชนภายในประเทศในช่วงวันที่ ๒๓ – ๒๙ ธ.ค.๖๐ พบว่า ข่าวเชิงบวกมีความถี่เพิ่มขึ้น ร้อยละ ๒๘ เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว (๑๖ – ๒๒ ธ.ค.๖๐) ในส่วนของข่าวเชิงลบมีความถี่ลดลง ร้อยละ ๓๐ เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว (๑๖ – ๒๒ ธ.ค.๖๐)
          ประเด็นข่าวเชิงลบ ได้แก่ เหตุร้ายรายวัน (...๑) โจรใต้วางระเบิดรับปีใหม่ โชคไม่เข้าข้างรัศมีเบนเข้าป่า ทพ. ๕ นายรอดตาย, ๒) ศรีสาครระอุถล่ม ทพ.เจ็บ ๕ สุไหงปาดีเดือดโจมตีจุดตรวจ, ๓) ลอบกัดไม่หยุด โจรใต้เหิมป่วนหนัก ๗ จุดทั้งยิง-เผา-วางบึ้ม และ ๔) คนร้ายกราดยิงพ่วงบรรทุกน้ำยางพารา-คนขับเจ็บ คาดเป็นการสร้างสถานการณ์)
          ประเด็นข่าวเชิงบวก ได้แก่ การเมือง (...๑) รมว.เกษตรฯ สั่ง กยท.เปิดจุด รับซื้อยางทั่วประเทศเริ่ม ๑ ม.ค.๖๑, และ ๒) เล็งฟื้น จะนะ ไฟฟ้าจากก๊าซ หาพื้นที่เพิ่ม-ขยายผลิตแทนถ่านหินเทพา-กระบี่เอ็นจีโอ ขอบคุณ รัฐบาล สั่งรื้อ), เศรษฐกิจ และการสร้างรายได้ (...๑) ปีใหม่หยุดยาวสนามบินคึกคัก! นทท.มาเลย์แห่เที่ยวเบตง - ถ.มิตรภาพติดขัด, และ ๒) ยะลาจัดเคาท์ดาวน์ กระตุ้นท่องเที่ยว-สร้างรอยยิ้มให้คนในพื้นที่), การรักษาความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สิน (...๑) ปะทะเดือด! ทหารพรานบุกยึดค่ายพักโจรใต้-อาวุธสงครามบนเทือกเขาตะเว, ๒) คอลัมน์: ทันสถานการณ์: จับผู้ต้องสงสัยเผารถทัวร์ยะลา, และ ๓) คุมเข้มชุมชน-เขต ศก. ชายแดนใต้), ยาเสพติด (...๑) ยะลา คนร้ายขับรถแหกด่าน ตร.ไล่กวดยิงยางล้อแตก ขนใบกระท่อมหนัก ๑๐ กก., ๒) บุกจับยาบ้า อ.สุไหงปาดี ชาย-หญิงซุกของกลางในหลอดกาแฟ/ถุงซิปล็อค, และ ๓) ปปส.ยึดกัญชาบิ๊กลอตมูลค่า ๘ ล้าน), การศึกษา (เด็กใต้เฮ อาชีวะแจกทุนเรียนอาชีพ), การบำรุงขวัญกำลังพล (ร.๑๐ โปรดเกล้าฯพระราชทานดอกไม้เป็นขวัญกำลังใจ จนท.บาดเจ็บ ๓ จังหวัดแดนใต้), ความร่วมมือของภาคประชาชน (ผบ.ทบ.ตกรางวัล พร้อมเลื่อนยศ จ่าซัน-หมู่เอีย วิ่งร่วมตูน บอดี้สแลม), การช่วยเหลือประชาชน (...๑) ทหารลงพื้นที่ช่วยเหลือชาวบ้านริมชายฝั่ง น้ำทะเลหนุนท่วมสูง-อิทธิฤทธิ์พายุ ไคตั๊ก)
          จากสถานการณ์ข่าวดังที่กล่าวข้างต้น ส่งผลให้การรับรู้เชิงบวกที่มีต่อสถานการณ์ จชต. ในสัปดาห์นี้ เพิ่มขึ้น ร้อยละ ๓๘ เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว (๑๖ – ๒๒ ธ.ค.๖๐)
    ในส่วนของประเด็นสำคัญจากสื่อมวลชนต่างประเทศและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในช่วงวันที่ ๒๓ – ๒๙ ธ.ค.๖๐ ดังนี้
          เหตุการณ์คนร้ายใช้อาวุธสงครามซุ่มโจมตีอาสาสมัครทหารพรานก่อนจุดระเบิดแสวงเครื่องอีกหนึ่งลูกเป็นเหตุให้อส.ทพ.ได้รับบาดเจ็บ ๖ คนและชาวบ้านผู้หญิงได้รับบาดเจ็บอีก ๑ คน ที่จังหวัดนราธิวาส เมื่อวันที่ ๒๖ ธันวาคม เป็นเหตุการณ์ที่สื่อมาเลเซียให้ความสนใจรายงานข่าว

          สำนักข่าว AFP และสื่อมาเลเซียรายงานข่าว สถิติการก่อเหตุไม่สงบและจำนวนผู้เสียชีวิตในจังหวัดชายแดนภาคใต้ช่วงปี ๒๕๖๐ ลดลงต่ำสุดในรอบ ๑๓ ปี New Straits Times สื่อมาเลเซียเกาะติดความคดีค่ายกักกันชาวโรฮิงยาที่ชายแดนรัฐเปอร์ลิส ติดกับ อ.สะเดา จ.สงขลา ตั้งคำถามถึงความล่าช้าในการดำเนินคดี และข้อสังเกตเกี่ยวกับพยานหลักฐาน ช่วงที่มีการค้นพบค่ายกักกันเมื่อปี ๒๕๕๘ และเมื่อวันที่ ๒๕ ธันวาคม NST ได้เผยแพร่รายงานข่าวสถานการณ์การค้ามนุษย์ข้ามชาติ โดยระบุว่าแม้จะมีการบังคับใช้กฏหมายอย่างเข้มงวด แต่ขบวนการค้ามนุษย์ซึ่งมีทั้งคนสัญชาติมาเลเซีย และไทยก็ยังคงลักลอบนำผู้อพยพจากเมียนมาร์ และบังกลาเทศผ่านประเทศไทยเข้ามาเลเซียเฉลี่ยวันละ ๑๕ คน และเชื่อว่าเพิ่มมากขึ้นเท่าตัวช่วงสถานการณ์น้ำท่วม โดยใช้เส้นทางลักลอบผ่านชายแดน ด้าน อ.สุไหงโกลก เข้ารัฐกลันตัน ขณะเดียวกันมาเลเซียก็ยังคงเข้มงวดกวดชันปราบปรามการลักลอบนำเข้าสิ่งของผิดกฏหมายผ่านแนวชายแดนติดกับประเทศไทย และกฏหมายจัดตั้งสำนักงานความมั่นคงชายแดน (AKSEM) ซึ่งรวมเจ้าหน้าที่จากหลายหน่วยงานชายแดน และให้อำนาจในการปราบปรามการลักลอบค้าสิ่งของผิดกฎหมาย และการค้ามนุษย์เพิ่มมากขึ้น มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ ๒๙ ธันวาคม


    ๒. ผลการวิเคราะห์สารสนเทศด้านการประชาสัมพันธ์ ประจำวันที่ ๒๓ – ๒๙ ธ.ค.๖๐
          ๒.๑ เปรียบเทียบแนวโน้มความถี่ การนำเสนอประเด็นข่าวเชิงบวก และประเด็นข่าวเชิงลบ

          ในช่วงวันที่ ๒๓ – ๒๙ ธ.ค.๖๐ ข่าวเชิงบวก (เส้นทึบสีเขียว) มีความถี่เพิ่มขึ้น ร้อยละ ๒๘ (๑๒๐ ข่าวในสัปดาห์ที่แล้ว (๑๖ – ๒๒ ธ.ค.๖๐) ๑๕๔ ข่าวในสัปดาห์นี้) สำหรับในมิติของแนวโน้มความถี่ (เส้นปะสีน้ำเงิน) มีแนวโน้มฯ เพิ่มขึ้น ในส่วนของข่าวเชิงลบที่เกี่ยวข้องกับ จชต. (เส้นทึบสีแดง) มีความถี่ลดลงร้อยละ ๓๐ (๓๐ ข่าวในสัปดาห์ที่แล้ว (๑๖ – ๒๒ ธ.ค.๖๐) ๒๑ ข่าวในสัปดาห์นี้) สำหรับในมิติของแนวโน้มความถี่ (เส้นปะสีแดง)  มีแนวโน้มฯ ลดลง

          ๒.๒ ค่าสัดส่วนระหว่างข่าวเชิงบวก และข่าวเชิงลบ
          เมื่อนำจำนวนข่าวเชิงบวก และจำนวนข่าวเชิงลบ ในแต่ละวันมาคำนวณหาค่าสัดส่วน ระหว่างข่าวเชิงบวกกับข่าวเชิงลบ พบว่าในแต่ละวันจะมีค่าสัดส่วนฯ ดังแสดงในตารางด้านล่าง

    วัน/เดือน/ปี

    จำนวนข่าวเชิงบวก (1)

    จำนวนข่าวเชิงลบ (2)

     ค่าสัดส่วน (3)=(1)/(2)

    2017-12-16

    12

    4

    3.00

    2017-12-17

    12

    9

    1.33

    2017-12-18

    20

    5

    4.00

    2017-12-19

    26

    3

    8.67

    2017-12-20

    23

    3

    7.67

    2017-12-21

    10

    5

    2.00

    2017-12-22

    17

    1

    17.00

     

    17.14

    4.29

    6.24

    2017-12-23

    16

    5

    3.20

    2017-12-24

    21

    3

    7.00

    2017-12-25

    23

    1

    23.00

    2017-12-26

    27

    6

    4.50

    2017-12-27

    24

    2

    12.00

    2017-12-28

    23

    3

    7.67

    2017-12-29

    20

    1

    20.00

     

    22.00

    3.00

    11.05

          หมายเหตุ: ยิ่งค่าสัดส่วนระหว่างจำนวนข่าวเชิงบวก กับจำนวนข่าวเชิงลบ (3) มีค่าสูง ก็จะมีผลทำให้ระดับผลกระทบต่อการรับรู้เชิงบวก (Positive Awareness Level)  มีระดับสูงตามไปด้วย ในทำนองตรงกันข้าม หากค่าสัดส่วนฯ มีค่าต่ำ ก็จะมีผลทำให้ระดับผลกระทบเชิงบวก (Positive Awareness Level) จะมีระดับต่ำตามลงไปด้วย อย่างไรก็ตามอาจะต้องพิจารณาความแตกต่างระหว่างค่าเฉลี่ยของจำนวนข่าวเชิงลบในแต่ละสัปดาห์ด้วย หากค่าเฉลี่ยของจำนวนข่าวเชิงลบในสัปดาห์ที่แล้วมีค่าเฉลี่ยต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของข่าวเชิงลบในสัปดาห์นี้ ก็อาจจะทำให้ผลกระทบการรับรู้เชิงบวกในสัปดาห์นี้ต่ำกว่าก็ได้ ถึงแม้ค่าสัดส่วนเฉลี่ย ในสัปดาห์นี้จะมีค่ามากกว่าค่าสัดส่วนเฉลี่ยของสัปดาห์ที่แล้ว


    ๓. แนวโน้มในประเด็นที่เพ่งเล็ง ในช่วงวันที่ ๒๓ – ๒๙ ธ.ค.๖๐
          ๓.๑ ประเด็นการพูดคุยเพื่อสันติสุข

         ในช่วงวันที่ ๒๓ – ๒๙ ธ.ค.๖๐ ข่าวเชิงบวกในประเด็นการพูดคุยเพื่อสันติสุขมีความถี่ลดลง ร้อยละ ๑๐๐ (๑ ข่าวในสัปดาห์ที่แล้ว (๑๖ – ๒๒ ธ.ค.๖๐) ไม่มีข่าวในสัปดาห์นี้) ในส่วนของข่าวเชิงลบ ยังคงไม่ปรากฏข่าวเชิงลบในประเด็นการพูดคุยเพื่อสันติสุข มากว่า  ๑๐ สัปดาห์แล้ว (๔ พ.ย. – ๒๙ ธ.ค.๖๐)

          ๓.๒ ประเด็นเหตุร้ายรายวัน

          ในช่วงวันที่ ๒๓ – ๒๙ ธ.ค.๖๐ ข่าวในประเด็นเหตุร้ายรายวันมีความถี่ลดลง ร้อยละ ๒๓  (๑๓ ข่าว ในสัปดาห์ที่แล้ว (๑๖ – ๒๒ ธ.ค.๖๐) ๑๐ ข่าวในสัปดาห์นี้) ในมิติของแนวโน้มความถี่ มีแนวโน้มฯ ลดลง ภาพข่าวในประเด็นเหตุร้ายรายวัน ได้แก่ ๑) โจรใต้วางระเบิดรับปีใหม่ โชคไม่เข้าข้างรัศมีเบนเข้าป่า ทพ. ๕ นายรอดตาย, ๒) ศรีสาครระอุถล่ม ทพ.เจ็บ ๕ สุไหงปาดีเดือดโจมตีจุดตรวจ, ๓) ลอบกัดไม่หยุด โจรใต้เหิมป่วนหนัก ๗ จุดทั้งยิง-เผา-วางบึ้ม และ ๔) คนร้ายกราดยิงพ่วงบรรทุกน้ำยางพารา-คนขับเจ็บ คาดเป็นการสร้างสถานการณ์

          ๓.๓ ประเด็นการเมือง

          ในช่วงวันที่ ๒๓ – ๒๙ ธ.ค.๖๐ ข่าวเชิงบวกในประเด็นการเมืองเกี่ยวกับ จชต. มีความถี่เพิ่มขึ้น ร้อยละ ๑๒ (๑๗ ข่าวในสัปดาห์ที่แล้ว (๑๖ – ๒๒ ธ.ค.๖๐)  ๑๙ ข่าวในสัปดาห์นี้) ในมิติของแนวโน้มความถี่ มีแนวโน้มฯ เพิ่มขึ้น ในส่วนข่าวเชิงลบฯ มีความถี่คงที่ (๗ ในสัปดาห์ที่แล้ว (๑๖ – ๒๒ ธ.ค.๖๐)  ๗ ข่าวในสัปดาห์นี้) ในมิติของแนวโน้มความถี่ มีแนวโน้มฯ ค่อนข้างคงที่ ภาพข่าวเชิงบวก ในประเด็นการเมืองที่เกี่ยวข้องกับ จชต. ได้แก่ ๑) รมว.เกษตรฯ สั่ง กยท.เปิดจุด รับซื้อยางทั่วประเทศเริ่ม ๑ ม.ค.๖๑, ๒) ชง ครม. ยืดเวลา มิ.ย.๖๑ พิสูจน์สัญชาติต่างด้าว, ๓) รัฐบาลจัดของขวัญรับปีจอ ไฟเขียว “สถาบันการเงินเฉพาะกิจ” ดูแล ดอกเบี้ย ปชช., ๔) รัฐบาลออกมาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวและจัดอบรมสัมมนาในจังหวัดท่องเที่ยวรอง, และ ๕) เล็งฟื้น จะนะ ไฟฟ้าจากก๊าซ หาพื้นที่เพิ่ม-ขยายผลิตแทนถ่านหินเทพา-กระบี่เอ็นจีโอ ขอบคุณ รัฐบาล สั่งรื้อ สำหรับภาพข่าวเชิงลบ ได้แก่ ๑) ควันหลง ชวนหลีกภัย เคาะมีดโกน ร่อนหนังสือถึง บิ๊กตู่ นายกรัฐมนตรี ข้อมูลเศรษฐกิจ ๓ จังหวัดใต้ ร่อแร่, ๒) ซานต้าตู่แจกของขวัญได้ใจมวลชน ปูทางการเมือง, ๓)​ สถานะ การเมืองของ คสช. และ รัฐบาล รุก หรือว่า ตั้งรับ, ๔) นักวิชาการคัดค้านถ่านหิน ๑๖ เครือข่ายค้านโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา ยื่นอุทธรณ์แย้งคำสั่งศาลจังหวัดสงขลา, และ ๕) กอ.รมน.กับอำนาจที่พึงระวัง

          ๓.๔ ประเด็นการรักษาความปลอดภัยในชีวิต/ทรัพย์สิน

          ในช่วงวันที่ ๒๓ – ๒๙ ธ.ค.๖๐ ข่าวเชิงบวกในประเด็น รปภ.ในชีวิต/ทรัพย์สิน มีความถี่ลดลง ร้อยละ ๓๗ (๒๗ ข่าวในสัปดาห์ที่แล้ว (๑๖ – ๒๒ ธ.ค.๖๐)  ๑๗ ข่าว ในสัปดาห์นี้) ในมิติของแนวโน้มความถี่  มีแนวโน้มฯ ลดลง ในส่วนข่าวเชิงลบฯ มีความถี่ลดลง ร้อยละ ๕๐ (๒ ข่าวในสัปดาห์ที่แล้ว (๑๖ – ๒๒ ธ.ค.๖๐)  ๑ ข่าว ในสัปดาห์นี้)  ภาพข่าวเชิงบวก ได้แก่ ๑) ปะทะเดือด! ทหารพรานบุกยึดค่ายพักโจรใต้-อาวุธสงครามบนเทือกเขาตะเว, ๒) คอลัมน์: ทันสถานการณ์: จับผู้ต้องสงสัยเผารถทัวร์ยะลา, ๓) คุมเข้มชุมชน-เขต ศก. ชายแดนใต้, ๔) ปิด ๓ หมู่บ้านล่า ๙ โจรใต้ และ ๕) ฝึกเพิ่มประสิทธิภาพ อส. จังหวัดนราธิวาส ภาพข่าวเชิงลบ ได้แก่ บีอาร์เอ็น ปรับยุทธวิธี ไม่ทำร้ายผู้บริสุทธิ์ กอ.รมน.ยังไม่รู้ แล้วจะสู้ชนะอย่างไร

          ๓.๕ ประเด็นเศรษฐกิจและการสร้างรายได้

          ในช่วงวันที่ ๒๓ – ๒๙ ธ.ค.๖๐ ข่าวเชิงบวก ในประเด็นเศรษฐกิจฯ มีความถึ่เพิ่มขึ้น ร้อยละ ๒๙  (๗ ข่าวในสัปดาห์ที่แล้ว (๑๖ – ๒๒ ธ.ค.๖๐) ๙ ข่าวในสัปดาห์นี้) ในมิติของแนวโน้มความถี่  มีแนวโน้มฯ เพิ่มขึ้น ในส่วนของข่าวเชิงลบในประเด็นเศรษฐกิจฯ มี ความถี่ค่อนข้างคงที่ (๑ ข่าวในสัปดาห์ที่แล้ว (๑๖ – ๒๒ ธ.ค.๖๐) ๑ ข่าวในสัปดาห์นี้) ในมิติของแนวโน้มความถี่  มีแนวโน้มฯ  ค่อนข้างคงที่ ข่าวเชิงบวก ได้แก่ ๑) รถไฟสายสุไหงโกลก-กรุงเทพจ่อเพิ่มโบกี้รองรับจำนวนปชช.ช่วงปีใหม่, ๒) ปีใหม่หยุดยาวสนามบินคึกคัก! นทท.มาเลย์แห่เที่ยวเบตง - ถ.มิตรภาพติดขัด, ๓) ปีใหม่ด่านเบตงตรวจเข้มนำเข้าเหล้า-บุหรี่ และ ๔) ยะลาจัดเคาท์ดาวน์ กระตุ้นท่องเที่ยว-สร้างรอยยิ้มให้คนในพื้นที่ สำหรับ ภาพข่าวเชิงลบ ได้แก่  ใต้สั่งระวังรถ ๑๘ คันพิษบึ้ม - เผาทัวร์นักท่องเที่ยวหด

          ๓.๖ ประเด็นสิทธิมนุษยชน
                ในช่วงวันที่ ๒๓ – ๒๙ ธ.ค.๖๐ ไม่มีข่าวเชิงลบ ในประเด็นสิทธิมนุษยชน
          ๓.๗ ประเด็นการบำรุงขวัญกำลังพล
                ในช่วงวันที่ ๒๓ – ๒๙ ธ.ค.๖๐ ไม่มีข่าวเชิงลบ ในประเด็นการบำรุงขวัญกำลังพล
          ๓.๘ ประเด็นเทคโนโลยีในการแก้ไขปัญหา จชต.
                 ในช่วงวันที่ ๒๓ – ๒๙ ธ.ค.๖๐ ไม่มีข่าวเชิงลบ ในประเด็นเทคโนโลยีการแก้ไขปัญหา จชต.
          ๓.๙ ประเด็นการบังคับใช้กฎหมาย
                 ในช่วงวันที่ ๒๓ – ๒๙ ธ.ค.๖๐ ไม่มีข่าวเชิงลบ ในประเด็นการบังคับใช้กฏหมาย

    ๔. ประเด็นที่ส่งผลกระทบต่อการรับรู้สูง และแนวโน้มระดับผลกระทบต่อการรับรู้เชิงบวก
          ๔.๑ ประเด็นที่ส่งผลกระทบต่อการรับรู้สูง

    ประเด็นข่าวเชิงลบ
          เหตุร้ายรายวัน ได้แก่ ๑) โจรใต้วางระเบิดรับปีใหม่ โชคไม่เข้าข้างรัศมีเบนเข้าป่า ทพ. ๕ นายรอดตาย, ๒) ศรีสาครระอุถล่ม ทพ.เจ็บ ๕ สุไหงปาดีเดือดโจมตีจุดตรวจ, ๓) ลอบกัดไม่หยุด โจรใต้เหิมป่วนหนัก ๗ จุดทั้งยิง-เผา-วางบึ้ม และ ๔) คนร้ายกราดยิงพ่วงบรรทุกน้ำยางพารา-คนขับเจ็บ คาดเป็นการสร้างสถานการณ์
    ประเด็นข่าวเชิงบวก
    ๑. 
    การเมือง ได้แก่ ๑) รมว.เกษตรฯ สั่ง กยท.เปิดจุด รับซื้อยางทั่วประเทศเริ่ม ๑ ม.ค.๖๑, ๒) ชง ครม. ยืดเวลา มิ.ย.๖๑ พิสูจน์สัญชาติต่างด้าว, ๓) รัฐบาลจัดของขวัญรับปีจอ ไฟเขียว “สถาบันการเงินเฉพาะกิจ” ดูแล ดอกเบี้ย ปชช., ๔) รัฐบาลออกมาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวและจัดอบรมสัมมนาในจังหวัดท่องเที่ยวรอง, และ ๕) เล็งฟื้น จะนะ ไฟฟ้าจากก๊าซ หาพื้นที่เพิ่ม-ขยายผลิตแทนถ่านหินเทพา-กระบี่เอ็นจีโอ ขอบคุณ รัฐบาล สั่งรื้อ
    ๒. เศรษฐกิจ และการสร้างรายได้ ได้แก่ ๑) รถไฟสายสุไหงโกลก-กรุงเทพจ่อเพิ่มโบกี้รองรับจำนวนปชช.ช่วงปีใหม่, ๒) ปีใหม่หยุดยาวสนามบินคึกคัก! นทท.มาเลย์แห่เที่ยวเบตง - ถ.มิตรภาพติดขัด, ๓) ปีใหม่ด่านเบตงตรวจเข้มนำเข้าเหล้า-บุหรี่ และ ๔) ยะลาจัดเคาท์ดาวน์ กระตุ้นท่องเที่ยว-สร้างรอยยิ้มให้คนในพื้นที่
    ๓. การรักษาความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สิน ได้แก่ ๑) ปะทะเดือด! ทหารพรานบุกยึดค่ายพักโจรใต้-อาวุธสงครามบนเทือกเขาตะเว, ๒) คอลัมน์: ทันสถานการณ์: จับผู้ต้องสงสัยเผารถทัวร์ยะลา, ๓) คุมเข้มชุมชน-เขต ศก. ชายแดนใต้, ๔) ปิด ๓ หมู่บ้านล่า ๙ โจรใต้ และ ๕) ฝึกเพิ่มประสิทธิภาพ อส. จังหวัดนราธิวาส
    ๔. ยาเสพติด ได้แก่ ๑) ตชด.๔๓๗ รวบกระท่อมเกือบหนึ่งตัน หลังแก๊งค้ายานำมาซุกขนำริมชายแดน, ๒) ยะลา คนร้ายขับรถแหกด่าน ตร.ไล่กวดยิงยางล้อแตก ขนใบกระท่อมหนัก ๑๐ กก., ๓) บุกจับยาบ้า อ.สุไหงปาดี ชาย-หญิงซุกของกลางในหลอดกาแฟ/ถุงซิปล็อค, และ ๔) ปปส.ยึดกัญชาบิ๊กลอตมูลค่า ๘ ล้าน
    ๕. กีฬา ได้แก่ ๑) กศน.เบตงถล่มสาธิตพัฒนาครึ่งโหล, ๒) พีทีที ระยอง ดึงหอกบราซิล พร้อม อาแว ดาวรุ่งเสริมทีม, ๓) คัดเยาวชนเมืองทองแดนใต้ได้ ๒๗ แข้งเจ๋งวัยโจ๋, และ ๔) ไฟเขียว ๗๒ ทีมภูมิภาคลุยศึกไทยลีก ๓ – ๔
    ๖.  การเยียวยา ได้แก่ จากงานแต่ง กลายเป็นวันเผาศพ! พ่อทหารกล้าเผย ลูกบอกคำสุดท้าย อยู่ไหนก็ตาย
    ๗. การศึกษา ได้แก่ ๑) มอ.แนะหลักสูตร น.ร.อีสาน, ๒) เด็กใต้เฮ อาชีวะแจกทุนเรียนอาชีพ และ ๓)​ สพป.นศ.๒ ร่วมส่งเสริมศิลปหัตถกรรมนักเรียน คว้า ๑๒๙ ทอง ๖๓ เงิน ๓๒ ทองแดง พร้อม ๔๔ กิจกรรมชนะเลิศสู่เวทีระดับชาติ
    ๘. กระบวนการยุติธรรม ได้แก่ ศาลอนุมัติ ๔๙ หมายจับ แก๊งเผารถทัวร์ – ป่วนบันนังสตา
    ๙. การยกระดับคุณภาพชีวิต ได้แก่ ๑) กรมพัฒนาที่ดิน เปิด ๓ ศูนย์การเรียนรู้ เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ ๒๕๖๑ ให้ ปชช., ๒) ภัยสังคม! คุณแม่โพสต์เตือนระวังนมผงปลอมที่มาเลเซีย - ทำลูกแพ้หนัก, ๓) กฟผ.จับมือ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ร่วมคณะฯฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเล วางปะการังเทียมลูกถ้วยฉนวนไฟฟ้า และ ๔) ๘๕ สถานีขนส่งติดป้ายไฮเทค รู้เวลารถทัวร์เข้า-ออก
    ๑๐. การบำรุงขวัญกำลังพล ได้แก่ ร.๑๐ โปรดเกล้าฯพระราชทานดอกไม้เป็นขวัญกำลังใจ จนท.บาดเจ็บ ๓ จังหวัดแดนใต้
    ๑๑. ความร่วมมือของภาคประชาชน ได้แก่ ๑) พานาโซนิค จัดโครงการ บริจาคตะเกียงโซลาร์เซลล์, ๒) ผบ.ทบ.ตกรางวัล พร้อมเลื่อนยศ จ่าซัน-หมู่เอีย วิ่งร่วมตูน บอดี้สแลม และ ๓) ตีสิบเดย์ ร่วมทำบุญปีใหม่ กับ Dr.Jill มอบทุนการศึกษา กว่า ๒๐๐,๐๐๐ บาท ให้เด็กๆผู้ด้อยโอกาส
    ๑๒. การสร้างความเข้าใจ และความสมานฉันท์ ได้แก่ ปอเนาะนราธิวาสจัดงานเมาลิดสัมพันธ์
    ๑๓. การช่วยเหลือประชาชน ได้แก่ ๑) ทหารลงพื้นที่ช่วยเหลือชาวบ้านริมชายฝั่ง น้ำทะเลหนุนท่วมสูง-อิทธิฤทธิ์พายุ ไคตั๊ก และ ๒) Smart ไทยแลนด์: ปภ. เผยยังมีสถานการณ์อุทกภัยในภาคใต้ ๖ จังหวัด เร่งประสานทุกหน่วยงานเข้าช่วยเหลืออย่างเต็มกำลัง
    ๑๔. วัฒนธรรม และวิถีชีวิต ได้แก่ เคานต์ดาวน์ทั่วไทย สุขสดใสรับปีใหม่ ๒๕๖๑

          ๔.๒ ระดับผลกระทบต่อการรับรู้เชิงบวก (Positive Awareness Level: AI) ต่อสถานการณ์ จชต.

          จากสถานการณ์ข่าวที่เกิดขึ้นจากการนำเสนอของสื่อมวลชน ส่งผลให้ระดับการรับรู้เชิงบวกที่มีต่อสถานการณ์ จชต. เพิ่มขึ้น ร้อยละ ๓๘  เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว (๑.๗๘ ในสัปดาห์ที่แล้ว (๑๖ – ๒๒ ธ.ค.๖๐) ๒.๔๖ ในสัปดาห์นี้) ในมิติของแนวโน้มการรับรู้เชิงบวก มีแนวโน้มฯ​ เพิ่มขึ้น

    ๕. ประเด็นสำคัญจากสื่อมวลชนต่างประเทศ และภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในช่วงวันที่  ๒๓ – ๒๙ ธ.ค.๖๐
          เหตุการณ์คนร้ายใช้อาวุธสงครามซุ่มโจมตีอาสาสมัครทหารพรานก่อนจุดระเบิดแสวงเครื่องอีกหนึ่งลูกเป็นเหตุให้ อส.ทพ. ได้รับบาดเจ็บ ๖ นาย และชาวบ้านผู้หญิงได้รับบาดเจ็บอีก ๑ คน ที่จังหวัดนราธิวาส เมื่อวันที่ ๒๖ ธันวาคม เป็นเหตุการณ์ที่สื่อมาเลเซียให้ความสนใจรายงานข่าว
          สำนักข่าว AFP และสื่อมาเลเซียรายงานข่าว สถิติการก่อเหตุไม่สงบและจำนวนผู้เสียชีวิตในจังหวัดชายแดนภาคใต้ช่วงปี ๒๕๖๐ ลดลงต่ำสุดในรอบ ๑๓ ปี
          New Straits Times สื่อมาเลเซียเกาะติดความคดีค่ายกักกันชาวโรฮิงยาที่ชายแดนรัฐเปอร์ลิสติดกับอ.สะเดา จ.สงขลา ตั้งคำถามถึงความล่าช้าในการดำเนินคดีและข้อสังเกตเกี่ยวกับพยานหลักฐาน ช่วงที่มีการค้นพบค่ายกักกันเมื่อปี ๒๕๕๘ และเมื่อวันที่ ๒๕ ธันวาคม NST ได้เผยแพร่รายงานข่าวสถานการณ์การค้ามนุษย์ข้ามชาติโดยระบุว่าแม้จะมีการบังคับใช้กฏหมายอย่างเข้มงวด แต่ขบวนการค้ามนุษย์ซึ่งมีทั้งคนสัญชาติมาเลเซียและไทยก็ยังคงลักลอบนำผู้อพยพจากเมียนมาร์และบังกลาเทศผ่านประเทศไทยเข้ามาเลเซียเฉลี่ยวันละ ๑๕ คน และเชื่อว่าเพิ่มมากขึ้นเท่าตัวช่วงสถานการณ์น้ำท่วม โดยใช้เส้นทางลักลอบผ่านชายแดนด้านอ.สุไหงโกลก เข้ารัฐกลันตัน
          ขณะเดียวกันมาเลเซียก็ยังคงเข้มงวดกวดชันปราบปรามการลักลอบนำเข้าสิ่งของผิดกฏหมายผ่านแนวชายแดนติดกับประเทศไทย และกฏหมายจัดตั้งสำนักงานความมั่นคงชายแดน (AKSEM) ซึ่งรวมเจ้าหน้าที่จากหลายหน่วยงานชายแดนและให้อำนาจในการปราบปรามการลักลอบค้าสิ่งของผิดกฏหมายและการค้ามนุษย์เพิ่มมากขึ้น มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ ๒๙ ธันวาคม
          ๕.๑ Bernama สำนักข่าวทางการมาเลเซีย รายงานเมื่อวันที่ ๒๖ ธันวาคม ว่า เกิดเหตุคนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้อาวุธปืนสงครามลอบยิงรถยนต์อาสาสมัครทหารพรานเป็นเหตุอส.ทพ.ทั้ง ๖ นายได้รับบาดเจ็บพร้อมด้วยผู้หญิงชาวบ้านอีกหนึ่งคนถูกกระสุนลูกหลง
          เหตุเกิดในพื้นที่อ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส หลังเกิดเหตุได้ ๓๐ นาที อส.ทพ.อีก ๒ นายได้รุดไปที่เกิดเหตุเพื่อให้ความช่วยเหลืออส.ทพ.ที่ถูกซุ่มโจมตี คนร้ายจึงได้จุดระเบิดแสวงเครื่องไม่ห่างจากจุดปะทะจุดแรก ก่อนหน้านิ้ในคืนวันที่ ๒๕ ธันวาคม คนร้ายได้ก่อเหตุไม่สงบหลายจุดในพื้นที่ จชต.

    (Six Thai rangers and a civilian woman were injured in separate shooting and bombing incidents in this conflict-stricken province early today.  Sisakorn Police Station assistant chief investigator Captain Kitti Jaihai said the first incident occurred at 9.40 am (local time) when four rangers travelling in a four-wheel-drive were being shot at while passing through Jalan Kampung Dahong-Kampung Bilok here. "Unknown individuals fired multiple shots at the vehicles and caused all of the rangers to sustain gunshot wounds," he told reporters here today. He said a civilian woman was also wounded by a stray bullet. Investigation team found 10 bullet shells at the scene. In the second incident about 30 minutes later, two rangers, who were rushing to help the victims in the shooting incident, sustained injuries when a bomb exploded not far from the scene. The two incidents were among the numerous shooting and bomb attacks reported to have occurred in several locations in southern Thailand since last night.)
    ที่มาข้อมูล ;
    http://www.bernama.com/bernama/v8/newsindex.php?id=1422477
    https://www.malaysiakini.com/news/406673​

          ๕.๒ สำนักข่าว AFP รายงานเมื่อวันที่ ๒๗ ธันวาคม ว่า สถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ในรอบปี ๒๕๖๐ จำนวนเหตุการณ์ไม่สงบและความสูญเสียต่ำที่สุดนับตั้งแต่ปี ๒๕๔๗ หรือในรอบ ๑๓ ปีที่ ผ่านมา
          รายงานข่าวของ AFP อ้างข้อมูลจากศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ชายแดนใต้ หรือ deep south watch ระบุว่า สถานการณ์ในจชต.มีพัฒนาการที่ดีขึ้นนับตั้งแต่มีรัฐบาลภายใต้ คสช. หรือตั้งแต่ปี ๒๕๕๗ ซึ่งเป็นปืที่รัฐบาลภายใต้การนำของพลเอกประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้เริ่มกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติสุขรอบใหม่ และศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ชายแดนใต้ให้ความเห็นว่าเป็นปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลให้สถานการณ์ดีขึ้น  ปี ๒๕๖๐ มีจำนวนผู้เสียชีวิตจากเหตการณ์ไม่สงบ ๒๓๕ คน เทียบกับปี ๒๕๕๙ มีผู้เสียชีวิต ๓๐๙ คน และสูงที่สุดในปี ๒๕๕๐ จำนวน ๘๙๒ คน
          ดอน ปาทาน นักวิเคราะห์สถานการณ์ จชต. ให้ความเห็นว่า ความสูญเสียที่ลดลงคาดว่าเกิดจากการที่มีประชาชนให้ข่าวสารข้อมูลกับทางการมากขึ้นพร้อมๆการปฏิบัติการยุทธการที่เข้มงวดมากขึ้น ขณะเดียวก็มีข้อสังเกตุว่ากลุ่มผู้ก่อความไม่สงบใช้วิธีการก่อเหตุระเบิดที่รุนแรงมากขึ้น และได้รับคำสั่งให้ระมัดระวังการก่อเหตุไม่ให้ส่งผลกระทบต่อชาวบ้านที่ไม่เกี่ยวข้อง
    หมายเหตุ: รายงานข่าวของ AFP ถูกนำไปรายงานต่อใน themalaymailonline สื่อมาเลเซียและ Straits Times สื่อสิงคโปร์

     (The death toll this year from an insurgency in Thailand’s Muslim-majority southern provinces was the lowest since the conflict began 13 years ago, monitors said Wednesday, as security improves under the ruling junta.
    Thailand’s southernmost provinces abutting Malaysia have been in the grip of a low-level but bloody insurgency since 2004 and nearly 7,000 people have died. The majority of the victims are civilians—both Muslim and Buddhist—caught up in near-daily bomb attacks and shootings. Some 235 people died in 2017 as a result of clashes between the Muslim-Malay insurgents and Thai troops and police, according to figures collected by conflict analysts Deep South Watch. That compares to 309 in 2016, continuing a downward trend since 2014 and a sharp drop on the peak of 892 deaths in 2007. “We have seen the incidents going down for the past three years. And this year’s death toll is the lowest ever if no significant incidents  happen in the coming days,” a Deep South Watch spokeswoman told AFP.
    Thailand, which colonised the culturally distinct south roughly a century ago, has for decades been confronted by ethnic Malay fighters seeking more autonomy, but the conflict flared up into its bloodiest phase in 2004. Rights groups have accused both the insurgents and security forces of widespread human rights abuses. The junta which seized power in 2014 has continued peace talks but they appear to have made little headway. Discussions to set up so-called “safety zones” have been held with an umbrella group that claims to represent the rebels, but no agreement has been made public. Deep South Watch said the reduced death toll may be linked to continuing talks and government development schemes. Don Pathan, a Thailand-based independent analyst, speculated the reduction was likely a combination of factors, including more government informants on the ground, a tighter security operation and more targeted strikes by insurgents. “The bombs are bigger and more intense,” he said, adding that militants were essentially being told to “make it count” and be more careful to avoid collateral damage. — AFP)
    ที่มาข้อมูล ;
    http://www.themalaymailonline.com/world/article/death-toll-in-thailands-southern-conflict-hits-record-low#0berY7M122GXrQF5.97
    http://www.straitstimes.com/asia/se-asia/death-toll-in-thailands-southern-conflict-hits-record-low

                ๕.๒.๑ ทางด้าน benarnews สื่อออนไลน์ที่ได้รับเงินทุนสนับสนุนการดำเนินการจากหน่วยงานรัฐบาลสหรัฐรายงานสถานการณ์ในจชต.มีพัฒนาการที่ดีขึ้น มีผู้เสียชีวิตต่ำสุดในรอบ ๑๓ ปีเช่นกัน
          ตอนหนึ่งของรายงานข่าว อ้างความเห็นของสมาชิก BRN ที่ไม่เปิดเผยชื่อ ระบุว่า ในช่วงสองปีที่ผ่านมาสมาชิก BRN ไม่สามารถปฏิบัติการก่อความไม่สงบได้มากนัก เพราะเหตุที่มีการเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ทหารอยู่ทั่วไปหมดรวมทั้งตามมหมู่บ้านต่างๆ
          Zachary Abusa นักวิชาการอเมริกันผู้เชี่ยวชาญสถานการณ์ จชต.ให้ความเห็นว่า เหตุรุนแรงที่ลดลงเป็นเพราะการเพิ่มจุดตรวจความมั่นคง และการปรับเปลี่ยนกลยุทธของขบวนการ BRN ภายหลังการสูญเสียสองผู้นำและผู้ก่อตั้ง BRN ในปี ๒๕๖๐
          Abusa อธิบายอีกว่า BRN ลดการก่อเหตุรุนแรงเนื่องเพราะได้ก่อเหตุทำให้คนไทยพุทธหวาดกลัวอพยพออกจากพื้นที่เป็นจำนวนมากเพียงพอแล้ว พร้อมทั้งระบุด้วยว่าผ่านมา BRN ได้แสดงศักยภาพให้เห็นว่าพวกเขาสามารถจะก่อเหตุการณ์ไม่สงบได้ตามความประสงค์

    (“In the past two years, we couldn’t create much violence for many reasons. The military is everywhere, in the villages and so on,” a member of the National Revolutionary Front (BRN), the largest and most powerful of rebel groups in the Deep South, told BenarNews.  “But there are orders to carry out attacks, and sometimes we failed,” the rebel said, speaking on condition of anonymity. Zachary Abuza, a U.S.-based expert on the insurgency in the Thai Deep South, said the decline in violence resulted from the proliferation of military checkpoints and a change in tactics by the BRN, which underwent a change of leadership following the deaths of its two founders in 2017.
    “Violence is down because the insurgents see no need for it. They have driven Buddhists out of large swaths of the south,” Abuza wrote in a recent column for BenarNews.
    “The BRN insurgents in southern Thailand have demonstrated that they are able to turn on the violence at will,” he added.)
    ที่มาข้อมูล ; http://www.benarnews.org/english/news/thai/thailand-bombings-12262017172216.html​

          ๕.๓ New Straits Times สื่อมาเลเซียรายงานเมื่อวันที่ ๒๕ ธันวาคม ว่า ขบวนการค้ามนุษย์ข้ามชาติยังคงกระทำผิดกฏหมายลักลอบนำผู้อพยพจากเมียนมาร์และบังกลาเทศเดินทางผ่านประเทศไทยข้ามพรมแดนทางด้านอ.สุไหงโกลก จ.นราธิวาส เข้าประเทศมาเลเซียด้านรัฐกลันตัน
          รายงานข่าวระบุว่า ขบวนการค้ามนุษย์ข้ามชาติซึ่งมีทั้งสัญชาติไทยและมาเลเซียไม่เกรงกลัวกฏหมายที่มีบทลงโทษสถานหนักด้วยเหตุที่พวกเขาได้ผลตอบแทนเป็นเงินก้อนใหญ่
          NST อ้างแหล่งข่าวระบุว่า ผู้อพยพแต่ละคนจะต้องจ่ายค่าหัวในการดำเนินการลักลอบเข้าประเทศมาเลเซียคนละ ๒,๕๐๐ ถึง ๓,๕๐๐ ริงกิต โดยใช้เส้นทางลักลอบซึ่งเป็นช่องทางธรรมชาติตามแนวพรมแดนอ.สุไหงโกลก ที่มีอยู่ประมาณ ๑๕๐ จุด สลับไปมาเพื่อหลบหลีกการจับกุมของเจ้าหน้าที่ และใช้เวลาการคืนในการลักลอบเข้าประเทศมาเลเซีย
          ทางด้านผู้บัญชาการหน่วยงานความมมั่นคงชายแดนรัฐกลันตัน สันนิษฐานจากบันทึกการจับกุมผู้ลักลอบเขาเมืองว่า แต่ละวันมีการลักลอบเข้ามาเลเซียทางด้านนี้ประมาณ ๑๕ คน โดยใช้เส้นทางช่วงบริเวณ pamglima Bayu และ Rantau Panjang
          เขาเชื่อช่วงที่เกิดอุทกภัยในพื้นที่ช่วงสองเดือนที่ผ่านมา เชื่อว่าขบวนการค้ามนุษย์มีการลักลอบนำผู้อพยพเข้กมาเลเซียเพิ่มขึ้นเท่าตัว
          NST ระบุว่าได้ส่งผู้สื่อข่าวไปสังเกตุการณ์ตามช่องทางธรรมชาติตามแนวพรมแดนหลายจุดและไม่พบว่ามีเจ้าหน้าที่หน่วยงานความมั่นคงชายแดนประจำการณ์อยู่แต่อย่างใด

    (Human trafficking syndicates have remained unfazed in the face of heavy punishment as they can reap huge profits from the illegal trade. It is learnt that they remain active in smuggling immigrants from across the Kelantan-Thailand border on a daily basis. Sources said the syndicates charged a fee of between RM2,500 and RM3,500 to smuggle in an immigrant from the neighbouring country.  They said the syndicates, whose members were Thais and Malaysians, had continued their activities despite strict enforcement. “The syndicates are willing to face the risk of arrest because of the profit. From the border, the illegal immigrants will be ferried to destinations such as Kuala Lumpur and Pahang. “The traffickers will bring in illegal immigrants, mostly from Myanmar and Bangladesh, via Sungai Golok and move along ‘rat routes’ (laluan tikus) before sending them to their next destination in a car or van,” said a source.  The source said the traffickers would normally move at night through isolated areas along the border to avoid detection. The source said the syndicate members would also change their modus operandi from time to time to confuse the authorities, adding that it was difficult for the authorities to pinpoint their movement as there were more than 150 “rat routes” along the border. State Malaysian Border Security Agency commander Mohd Asri Yahya said an average of 15 immigrants were believed to be smuggled by the syndicates on a daily basis based on arrest records.  “These syndicates will use isolated areas between Panglima Bayu and Rantau Panjang here as entry points. “We believe that the syndicates have doubled their illegal human cargo through Sungai Golok during recent floods.” Asri said the agency would continue its operations, especially at hotspot locations, to curb human trafficking and other smuggling activities. A random check by the New Straits Times at several “rat routes” here yesterday showed that the areas were empty and there was no border security.)

    ที่มาข้อมูล ; https://www.nst.com.my/news/exclusive/2017/12/318170/human-trafficking-syndicates-carry-blithely
    https://www.malaysiakini.com/news/406552​

          ๕.๓.๑ สำนักข่าว Bernama รายงานเมื่อวันที่ ๒๘ ธันวาคม อ้างคำแถลงของหัวหน้าสำนักงานประจำรัฐกลันตันของกระทรวงการค้าภายใน การสหกรณ์และการบริโภค ถึงผลการปฏิบัติงานปราบปรามการลักลอบขนสินค้าควบคุม ประกอบด้วยน้ำมันเชื้อเพลิง น้ำมันพืช ข้ามพรมแดนเข้าประเทศไทย
          ปฏิบัติการครั้งนี้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจน้ำที่เปงกาลัน กูโบร์ตรงข้ามอ.ตากใบ จ.นราธิวาส สามารถจับกุมผู้ต้องหาชาวมาเลเซีย ๔ คน ยึดของกลางทั้งน้ำมันเชื้อเพลิงและน้ำมันพืช มูลค่ารวม ๓๗,๐๔๙ ริงกิต
          สินค้าควบคุมทั้งสองรายการเป็นสินค้าที่รัฐบาลมาเลเซียชดเชยราคาให้ต่ำกว่าปรกติเพื่อช่วยค่าครองชีพชาวมาเลเซีย ดังนั้นการลักลอบนำออกไปต่างประเทศจึงผิดกฏหมาย

    (The Kelantan branch of the Domestic Trade, Cooperatives and Consumerism Ministry detained four men and seized various controlled items worth RM37,049 in an operation mounted since last Thursday until yesterday to combat smuggling activities. Its director, Datuk Ab Ghani Harun said the operation was jointly conducted with the Pengkalan Kubor Marine Operations Force (MOF), along the Sungai Golok stretch at the Kelantan-Thailand border until Pasir Puteh,
    "Among the items seized were 1,230 litres of petrol worth RM2,792 that were found at three separate locations in Tumpat, namely the illegal jetties in Kampung Simpangan, Kampung Tualang and Pulau Ular. Four local suspects, aged between 35 and 60, were also detained
    "Also seized were three cars and a motorboat," he told reporters at the Pengkalan Kubor MOF operations headquarters, here, today. Also present were acting MOF commander for Region Three of Pahang, Supt Mohammad Pajeri Ali and MOF Pengkalan Kubor commanding officer, ASP Ahmad Amri Abd Rahman.
    Ab Ghani said they also seized 293 cartons of cooking oil weighing 4,981 kilogrammes worth RM14,983 and 435 kilogrammes of rice in a raid on a store in Kampung Lubok Gong, Rantau Panjang. All the controlled items seized were meant to be smuggled into Thailand because of the higher demand and price there.)
    ที่มาข้อมูล ; http://www.bernama.com/bernama/v8/newsindex.php?id=1423075

                ๕.๓.๒ สำนักข่าว Bernama รายงานเมื่อวันที่ ๒๘ ธันวาคม อ้างคำให้สัมภาษณ์ของอธิบดีกรมขนส่งทางบกรัฐ เคดาห์ ระบุว่า การเปิดบริการของสำนักงาน ICQ แห่งใหม่ที่บูกิตกายูฮิตัม ตั้งแต่วันที่ ๑ พฤศจิกายน ที่ผ่านมาทำให้สามารถควบคุมการผ่านเข้าออกมาเลเซียของรถยนต์ที่จดทะเบียนต่างประเทศได้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยเฉพาะรถยนต์ที่ไม่มีใบอนุญาตผ่านแดนนานาชาติ หรือ Internatinal Circulation Permit
          ก่อนหน้านี้สื่อมาเลเซียรายงานว่า มีรถยนต์จากประเทศไทยจำนวนมากฝ่าฝืนกฏหมาย บรรทุกผู้โดยสารและนักท่องเที่ยวขับเข้าไปในพรมแดนมาเลเซียเกินสองกิโลเมตร โดยไม่มีใบอนุญาต ICP ทางกรมการขนส่งมาเลเซียจึงใช้มาตรการเข้มงวดตั้งด่านตรวจ จับปรับและสั่งให้เดินทางกลับประเทศไทยทันที

    (The new Bukit Kayu Immigration, Customs, Quarantine and Security Complex (ICQS) allows the authorities to control the movement of foreign vehicles that do not comply with the International Circulation Permit (ICP). Kedah Road Transport Department director Isma Suhaimi Sharif said with the ICQS, which began operation on Nov 1, the entry and exit of foreign vehicles could be controlled efficiently.)
    ที่มาข้อมูล; http://www.bernama.com/bernama/v8/newsindex.php?id=1422964​

                ๕.๓.๓ New Straits Times สื่อมาเลเซียอ้างคำแถลงของอาหมัด ซาฮิด ฮามิดี รอวนายกรัฐมนตรี ระบุว่า ตั้งแต่วันที่ ๒๙ ธันวาคม กฏหมายสำนักงานรักษาความมั่นคงชายแดน หรือ AKSEM จะมีผลบังคับใช้
          AKSEM จัดตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันและปราบปรามการลักลอบขนสิ่งของผิดกฏหมายข้ามพรมแดนและการลักลอบเข้าเมือง ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
          กฏหมาย AKSEM จะช่วยให้การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานชายแดนทั้งกองทัพบก ตำรวจ เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง และศุลกากร ทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น รวมทั้งให้อำนาจในการแต่งตั้งเจ้าหน้าที่จากหน่วยรัฐอื่นๆเข้าร่วมปฎิบัติหน้าที่กับ AKSEM หากมีความจำเป็น

    (The Malaysian Border Security Agency (AKSEM) Act 2017 will come into force on Friday. In a statement, the Home Ministry said Deputy Prime Minister Datuk Seri Dr Ahmad Zahid Hamidi had set Dec 29 as the date of enforcement in accordance with subsection 1(2) of the AKSEM Act 2017 (Act 799).  It said the act was formulated to streamline control and action against illegal activities at the country’s land borders. “The act provides for the setting up of a special agency known as AKSEM which is responsible to curb smuggling and other illegal activities along the country’s land borders. "Through this act, it will expand AKSEM's functions in controlling the land borders, including in Sabah and Sarawak. “This will enable AKSEM to carry out operations up to the country’s land boundary line to deter illegal activities," the ministry said. The act, the ministry said, would further strengthen the level of security which was now enforced by the police, General Operations Force and Malaysian Armed Forces, as well as other enforcement agencies. The five enforcement agencies that formed AKSEM were police, Immigration Department, Customs Department, National Anti-Drugs Agency, and the Kenaf and Tobacco Board. “The provision in the act also allows the appointment of any other public officer to join AKSEM, if required,” it said.)
    ที่มาข้อมูล ; https://www.nst.com.my/news/nation/2017/12/318522/aksem-act-control-illegal-activities-countrys-land-borders-comes-force

          ๕.๔ The Star สื่อมาเลเซีย รายงานว่า รัฐบาลมาเลเซียและรัฐบาลรัฐเคดาห์มีแผนการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน ที่บูกิตกายูฮิตัม รัฐเคดาห์ ติดกับอ.สะเดา จ.สงขลา
    รัฐมนตรีคมนาคมมาเลเซีย เปิดเผยว่า รัฐบาลมาเลเซียมีเป้าหมายพัฒนาให้รัฐเคดาห์เป็นผู้นำทางด้านโลจิสติกส์และอุตสาหกรรมเกษตร รมต.คมนาคม ประกาศว่ารัฐบาลมาเลเซียมีแผนประกาศให้พื้นที่บูกิตกายูฮิตัมเป็นพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษชายแดนภายในปี ๒๕๖๑ เพื่อกระตุ้นการค้ามาเลเซีย-ไทย

    (MORE logistics developments are expected to come in for Kedah as the Federal and state governments work closely to expand the sector. The Special Border Economic Zone in Bukit Kayu Hitam is one of the projects Kedahans can expect to see significant growth, said Transport Minister Datuk Seri Liow Tiong Lai.  “The Federal Government would like to see the Kedah economy picking up pace in the logistics sector and agricultural industry. “We are trying to initiate 24/7 operations in the Bukit Kayu Hitam Immigration, Customs, Quarantine and Security Complex instead of the current 12 hours a day. This will allow much more cargo from southern Thailand to come in and be brought to Penang Port. Liow later told reporters that the state has been giving the Federal Government full support to develop the economic zone in Bukit Kayu Hitam and he was also looking forward to the inclusion of a free trade area in the zone to foster bilateral trade. “We expect to start the economic zone next year,” he said.)
    ที่มาข้อมูล ;
    https://www.thestar.com.my/metro/metro-news/2017/12/23/expanding-logistics-sector-special-border-economic-zone-to-boost-kedahs-economy/







จำนวนการเข้าชมเว็บไซต์
Copyright © 2010-2018, 5OCC.ISOC.go.th