วันพุธที่ 23 กันยายน พ.ศ.2563

ศาลอุทธรณ์จังหวัดนาทวี มีคำพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น พิพากษาประหารชีวิต และจำคุกตลอดชีวิต 5 ผู้ต้องหาปล้นเต้นท์รถ “วังโต้ คาร์เซ็นเตอร์” อ.นาทวี จ.สงขลา นำไปประกอบวัตถุระเบิด เมื่อปี 60

 15 พ.ค. 2563 15:22 น.    เข้าชม 273

          วันนี้ ( 15 พฤษภาคม 2563) ที่ ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ค่ายสิรินธร ต.เขาตูม อ.ยะรัง จ.ปัตตานี พันเอก เกียรติศักดิ์ ณีวงษ์ โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เปิดเผยว่า จากกรณีคนร้ายบุกปล้นรถยนต์จากเต็นท์รถยนต์ “วังโต้ คาร์เซ็นเตอร์” อ.นาทวี จ.สงขลา จำนวน 5 คัน เพื่อนำไปประกอบวัตถุระเบิด เหตุเกิดเมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2560 โดยหลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้ออกหมาย ป.วิอาญา 15 หมาย และได้รวบรวมพยานหลักฐาน จนสามารถควบคุมตัวบุคคลต้องสงสัยได้ จำนวน 5 คน ส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย โดย ศาลจังหวัดนาทวี (ชั้นต้น) ได้พิพากษาคดี เมื่อวันที่ 11 ก.พ. 2562 ให้จำเลยที่ 1-4 มีความผิดฐาน ความผิดต่อความมั่นคงของรัฐ ความผิดเกี่ยวกับก่อการร้ายฯ อั้งยี่, ซ่องโจร ก่อให้เกิดระเบิด ความผิดต่อชีวิต พยายามกระทำผิดต่อเสรีภาพ ปล้นทรัพย์ โดยให้ประหารชีวิต นายอัตนันท์ หรือนัน สะอิ จำเลยที่ 1 ส่วนนายภาณุมาศน์ หลีเส็น จำเลยที่ 2, นายมะรอยีหรือเปาซีหรือยี ราแดง จำเลยที่ 3, นายฮารียะหรือแซะ การี จำเลยที่ 4 ศาลพิพากษาให้จำคุกตลอดชีวิต และนายอับดุลมานัสหรือมาน เจะเลาะ จำเลยที่ 5 มีความผิดฐาน เป็นอั้งยี่ ศาพิพากษาให้จำคุก 2 ปี 8 เดือน

          ล่าสุด เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2563 ศาลอุทธรณ์จังหวัดนาทวี ได้อ่านคำพิพากษา ศาลอุทธรณ์ภาค 9 คดีแดงที่ 229/62 เหตุปล้นรถยนต์ บริษัทวังโต้คาร์เซ็นเตอร์ อ.นาทวี จ.สงขลา เมื่อ 16 ส.ค.2560 โดยมีพนักงานอัยการเป็นโจทก์ฟ้องจำเลยทั้ง 5 คน ในฐานความผิดต่อความมั่นคงของรัฐ ความผิดเกี่ยวกับก่อการร้าย อั้งยี่ ซ่องโจร ก่อให้เกิดระเบิด ความผิดต่อชีวิต พยายามความผิดต่อเสรีภาพ ปล้นทรัพย์ ซึ่งจำเลยทั้ง 5 คน ได้ให้การปฏิเสธในชั้นสอบสวน และ ชั้นศาล รวมถึงยังได้รับการประกันตัว ประกอบกับประจักษ์พยาน ,วัตถุพยาน , พยานความเชื่อมโยง ศาลอุทธรณ์จังหวัดนาทวี จึงมีคำพิพากษา ยืนตามศาลชั้นต้น คือ ประหารชีวิต จำเลยที่ 1 นายอัตนันท์ สะอิ จำคุกตลอดชีวิต จำเลยที่ 2-4 นายภาณุมาศน์ หลีเส็น , นายมะรอยีหรือเปาซีหรือยี ราแดง และ นายฮารียะ หรือแซะ การี จำคุก 2 ปี 8 เดือน จำเลยที่ 5 นายอับดุลมานัส เจะเลาะ

          ทั้งนี้ ผลจากคำพิพากษาดังกล่าว เป็นไปตามพยานหลักฐานและลักษณะฐานความผิด และเป็นเครื่องบ่งชี้ว่า เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายมุ่งบังคับใช้กฎหมายด้วยความรอบคอบ รวบรวมพยานหลักฐานอย่างรัดกุม ทั้งยังได้ติดตามผลการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง และปฏิบัติทุกขั้นตอนของการบังคับใช้กฎหมายด้วยความระมัดระวัง ด้วยความโปร่งใส เป็นธรรม เพื่อนำผู้กระทำความผิดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม

ความคิดเห็น