วันพฤหัสบดีที่ 29 ตุลาคม พ.ศ.2563

'ยะลา'เตือนพิษสุนัขบ้า-รักษาไม่ได้ ต้องป้องกันอย่าสายเกินแก้

 23 มี.ค. 2561 06:00 น.    หมวดหมู่ การยกระดับคุณภาพชีวิต

ยะลา - นพ.สงกรานต์ ไหมชุม นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดยะลา กล่าวว่า โรคพิษสุนัขบ้าพบมากในสุนัขและแมว ติดเชื้อจากการสัมผัสน้ำลายของสัตว์ที่มีเชื้อ เช่น ถูกกัด ข่วน หรือเลียผิวหนังที่มีบาดแผล คนสามารถ ติดเชื้อได้จากการถูกกัด ข่วนจากสุนัขหรือแมว เมื่อเชื้อ เข้าสู่ร่างกาย ระยะการแสดงอาการของโรคนั้นไม่แน่นอน บางรายอาจนานเป็นปี เมื่อผู้ป่วยมีอาการแล้ว จะรักษาไม่หาย และเสียชีวิตทุกราย การเสียชีวิตส่วนใหญ่ของผู้ป่วยโรคนี้ เกิดจากการไปรับการรักษาเมื่ออาการของโรคเริ่มแสดงแล้ว ทำให้สายเกินกว่าจะยับยั้งเชื้อ ส่วนใหญ่มาจากความชะล่าใจในการป้องกัน และรักษาโรคเบื้องต้น คิดว่าไม่เป็นไร เมื่อถูกสุนัขหรือแมวข่วนเป็นแผลไม่ทำความสะอาดแผล หรือไม่เข้ารับบริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคให้ครบ
อาการเริ่มแรกปวดศีรษะ มีไข้ต่ำๆ เจ็บคอ เบื่ออาหาร อ่อนเพลีย คันจากบริเวณแผลที่ถูกกัด ปวดแสบปวดร้อนแล้วลามไปส่วนอื่น อาการกระสับกระส่าย กลัวแดด กลัวลม ไม่ชอบเสียงดัง กลืนลำบาก ไม่อยากดื่มน้ำ แน่นหน้าอกหายใจไม่ออก ชักเกร็ง อัมพาต หมดสติ และเสียชีวิต ภายใน 2-7 วัน นับจากวันเริ่มแสดงอาการ ขอให้ประชาชนระวัง ป้องกันตนเอง คืออย่าแหย่ อย่าเหยียบ อย่าแย่ง อย่าหยิบ อย่ายุ่งกับสุนัขคนอื่น หรือสุนัขที่มีอาการผิดปกติ และเมื่อถูกสุนัข หรือแมวข่วน หรือกัดรีบล้างแผลด้วยน้ำและสบู่ทันทีหลายๆ ครั้ง และใส่ยาเบตาดีนหลัง ล้างแผลเพื่อลดการติดเชื้อโรครีบพบแพทย์ทันที
หากรับการฉีดวัคซีนควรไปตามนัดทุกครั้ง เพื่อการป้องกันสูงสุด ควรกักสุนัข และแมวตัวที่กัดข่วน สังเกตอาการ 10 วัน หากสัตว์ที่กักตายลงให้รีบแจ้งปศุสัตว์ในพื้นที่ เพื่อการส่งตรวจหาโรคพิษสุนัขบ้าในสัตว์ เจ้าของสุนัข และแมวควรนำสัตว์เลี้ยงของท่านเข้ารับบริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าเป็นประจำทุกปี อย่างไรก็ตามขณะนี้ในพื้นที่จังหวัดยะลายังไม่พบผู้ป่วยโรคพิษสุนัขบ้าแต่อย่างใด--จบ--
--ข่าวสด ฉบับวันที่ 24 มี.ค. 2561 (กรอบบ่าย)--

ความคิดเห็น