วันพฤหัสบดีที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ.2563

คอลัมน์ ถูกทุกข้อ

 21 ต.ค. 2563 03:05 น.    หมวดหมู่ วัฒนธรรม และวิถีชีวิต

อัตถ์ อัตนัย
rm_thaipost@hotmail.co.th

เด็กไทยยุคใหม่ไม่ต้องเรียนพุทธศาสนา
เรียน คุณอัตถ์ อัตนัย ที่นับถือ
กรณีนักศึกษาสัสแพศย์เรนโบว์ออกมาให้ความเห็นว่า "เด็กไทยยุคใหม่ไม่ต้องเรียนพุทธศาสนา" นั้น ผมก็อยากจะวิสัชนาเรื่องนี้ว่า ศาสนาคืออะไร : ศาสนาตามที่ผมเข้าใจนั้นหมายถึง "หลัก" หรือปรัชญาในการดำรงชีวิตของมนุษย์ ศาสนาทุกศาสนาจะสอนให้มนุษย์อยู่ร่วมกันอย่างสันติ ไม่ใช้อำนาจ ความแข็งแรงของร่างกายละเมิดสิทธิเสรีภาพของผู้อื่นเยี่ยงสัตว์ ดิรัจฉาน ถ้ามนุษย์ทุกคนยึดหลักปรัชญาของทุกศาสนาอย่างมั่นคง สังคมมนุษย์ก็จะสงบสุขมากกว่านี้ แต่เป็นเพราะมนุษย์มีความเห็นแก่ตัว เบียด เบียนผู้อื่นด้วยสติปัญญา ความแข็งแรง แล้วใช้กฎหมู่มากกว่าใช้หลักศาสนา และที่สำคัญมนุษย์เชื่อว่าการบังคับผู้นับถือศาสนาอื่นเปลี่ยนมานับถือศาสนาที่ตนนับถือเป็นบุญกุศลสูงสุด ดังนั้นจึงทำให้มีการเผยแผ่ศาสนาด้วยวิธีต่างๆ ตั้งแต่ใช้สินบน จนถึงใช้กำลังบังคับ
คนไทยส่วนใหญ่นับถือพุทธศาสนา ดังนั้นเมื่อมีบุตรธิดาก็ต้องการให้นับถือศาสนาพุทธ แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นกับประเทศไทยวันนี้ก็คือ คนไทยให้ความสำคัญกับจารีตประเพณีที่มากับพุทธศาสนามากกว่า พระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ ทำให้คนไทยส่วนใหญ่ไม่สามารถเข้าถึงแก่นแท้ของศาสนาพุทธ นอกจากนั้นปัญหาเรื่องภาษาก็เป็นปัญหาใหญ่ เพราะเมื่อคนไทยไม่สามารถใช้ภาษาบาลีและสันสกฤตได้ ๑๐๐% ดังนั้นการถ่ายทอดหลักของศาสนาพุทธจึงไม่ได้ผลที่ดีพอ เพราะพระสวดเป็นภาษาบาลี ชาวพุทธก็ได้แต่พนมมือ แต่ไม่เข้าใจพระธรรมที่พระสงฆ์สวด การศึกษาพระพุทธศาสนานั้นมีสามระดับคือ ปริยัติ ปฏิบัติ และปฏิเวธ เปรียบเสมือนปริญญาตรี โท เอก ปริยัติเป็นการศึกษาพระธรรมต่างๆ แต่เมื่อพระธรรมส่วนใหญ่เป็นภาษาบาลี ฉะนั้นจึงจะต้องเรียนรู้ภาษาบาลีก่อน สำหรับพระสงฆ์นั้นจำเป็นจะต้องเรียนรู้ภาษาบาลีให้แตกฉาน ก่อนจะนำความรู้ไปปฏิบัติ เปรียบเสมือนนักศึกษาจะต้องเรียนรู้ทฤษฎีก่อน แล้วก็ต้องเข้าห้องปฏิบัติการให้รู้จริง แต่ความรู้ที่ได้ในชั้นนี้ก็เป็นความรู้ตามที่ได้เรียนจากทฤษฎี สำหรับชาวพุทธแล้วความรู้ขั้นปริยัติและปฏิบัติยังไม่ทำให้รู้แจ้งเห็นจริง กว่าจะรู้แจ้งเห็นจริงได้ก็ต้องใช้สติปัญญาขั้นสูงวิเคราะห์ปัญหาด้วยสมาธิ
ศาสนาพุทธสำหรับฆราวาสสามารถทำให้สังคมพุทธอยู่เย็นเป็นสุข "ทางสายกลาง" เป็นหลักการดำรงชีวิตที่ไม่ทำให้มีการเบียดเบียน โดยเฉพาะการเคร่งครัดในศีล ๕ ไม่ฆ่าสัตว์ ไม่ลักทรัพย์ ไม่ผิดลูกเมีย ไม่โกหก ไม่ดื่มสุรา ถ้าปฏิบัติได้ครบก็จะทำให้ช่องไทยรัฐและช่องอมรินทร์ไม่มีข่าวขายหลังสองทุ่ม ปัญหาของการเรียนพุทธศาสนาในเด็กก็คือ ๑.ภาษา แบบเรียนต่างๆ ตั้งแต่พุทธประวัติจนถึงปรัชญาของศาสนาส่วนใหญ่จะใช้หัวข้อเป็นภาษาบาลี
ดังนั้นเด็กๆ ต้องใช้การท่องจำ เพราะครูก็จะออกข้อสอบโดยใช้ภาษาบาลีนำหน้า ถ้าจะสอนให้เด็กเข้าถึงแก่นแท้ของศาสนา จะต้องทำให้เด็กเข้าใจก่อนแล้วจึงท่องจำเป็นภาษาบาลี เช่นสอนว่าพวกเราชาวพุทธห้ามฆ่า สัตว์ ภาษาบาลีก็คือ ปาณาติบาต ไม่ดื่มเหล้า ภาษาบาลีคือ สุราเมรยมัชชปมาทัฏฐาน ผมก็เป็นนักเรียนสมัยที่ต้องเรียนวิชาหน้าที่พลเมืองและศีลธรรม พอจะทบทวนความรู้วิชาศีลธรรมได้ว่า จะเป็นการเรียนภาษาบาลีมากกว่าปรัชญาศีลธรรม
สำหรับคนไทยที่พ่อแม่นับถือศาสนาอื่นนั้น เมื่อเข้ารับการศึกษาใน ระบบก็จะต้องเรียนวิชาศาสนาที่พ่อแม่นับถือ เพราะยังเล็กเกินกว่าที่จะตัด สินใจเลือกว่าตนจะใช้ศาสนาใดเป็นหลักในการดำรงชีวิต แต่หลังจากจบชั้นประถมไปแล้วก็สมควรที่นักเรียนทุกคนที่นับถือศาสนาต่างกันจะได้เรียนรู้เรื่องของศาสนาอื่นๆ (วิชาศาสนาเปรียบเทียบ) เช่นศาสนาพุทธสอนเรื่องกฎแห่งกรรม สอนเรื่องวัฏสงสาร ศาสนาคริสต์ถึงจะไม่ได้สอนเรื่องกฎแห่งกรรมและการเวียนว่ายตายเกิด แต่ก็สอนให้ทุกคนต้องทำดี ไม่เบียด เบียน เพื่อที่จะได้ขึ้นสวรรค์ไปอยู่กับพระเจ้า ศาสนาอิสลามก็สอนให้ไม่ดื่มสุราและไม่เบียดเบียนกัน แต่ประเด็นที่สำคัญก็คือ "การตีความศาสนา" เพราะผู้ใช้ศาสนาตีความศาสนาเพื่อผลประโยชน์ เช่น ทำสงครามเพื่อพระเจ้า (ญิฮาด) "กามิกาเซ" ก็เป็นการทำสงครามฆ่าตัวตายเพราะเชื่อว่าจะได้เกิดใหม่ หรือศาสนานิกายใหม่ๆ ที่เชื่อเรื่องเหลวไหล เช่นศาสดาพาลูกศิษย์ฆ่าตัวตายหรือบังคับลูกศิษย์ให้ฆ่าตัวตายก่อนวันสิ้นโลก
ดังนั้นผมจึงมองต่างมุมกับนักศึกษาสัสแพศย์เรนโบว์ว่า เด็กไทยยุคใหม่จำเป็นต้องรู้หลักปรัชญาของศาสนาทุกศาสนา ถ้าเป็นชาวพุทธก็ต้องเรียนเรื่องพุทธศาสนา แต่ไม่ใช่เน้นที่ภาษา เพราะทุกวันนี้ภาษาบาลี ภาษาอาหรับใช้กันน้อยมาก สมควรที่จะต้องให้ความสำคัญกับแก่นมากกว่าเปลือก สมัย พ.ศ.๒๕๒๘ ที่ผมได้ทุนไปศึกษาวิจัยที่ญี่ปุ่นนั้น ตำรากายวิภาคของญี่ปุ่นใช้ภาษาญี่ปุ่นหมด ไม่ต้องเก่งภาษาละตินก็เข้าใจ ดังนั้นเด็กไทยนับถือพุทธก็ไม่จำเป็นต้องเรียนเรื่องของศาสนาด้วยภาษาบาลี นับถือคริสต์ก็ไม่ต้องเรียนภาษาละติน นับถือศาสนาอิสลามก็ไม่ต้องเรียนภาษาอาหรับ เพราะทุกคนต้องเรียนภาษาไทยเป็นอันดับแรก ภาษาศาสนาสมควรเป็นภาษาเสริม ที่ถ้าใครต้อง การเป็นนักบวชก็ต้องเรียนภาษานั้นชั้นสูงเพื่อให้เข้าใจเรื่องศาสนามากขึ้น.ลุงก๊าป
จริงครับ คนรุ่นใหม่บางกลุ่มคิดว่าตัวเองเป็นศูนย์กลางของโลก ไม่แคร์สิ่งรอบข้าง ไม่ต้องการศาสนา เพราะคิดว่าตัวเองเป็นทุกอย่างให้ตัวเองได้ ลองเจอวิกฤติในชีวิตสักครั้งเถอะครับ ถ้าไม่ฆ่าตัวตายเสียก่อน จะรู้สึกถึงความโดดเดี่ยว ไร้ที่พึ่งอย่างสิ้นเชิง.
เหตุผลที่คนกระสันอยากเป็นประธานาธิบดี
เรียน คุณอัตถ์ อัตนัย ที่นับถือ
ใกล้จะถึงวันเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ สงครามระหว่างผู้สมัครสองพรรคในครั้งนี้รุนแรงมาก ไม่มีกติกา ไม่มีการยอมแพ้เพื่อรักษาชาติ เฒ่าผมเป๋ประกาศไม่ยอมแพ้เด็ดขาด เพราะหากหลุดจากตำแหน่งเมื่อใดโจทก์รุมเพียบ ทั้งเรื่องโกงภาษี ใช้อำนาจเกินขอบเขต เพราะรัฐธรรมนูญปกป้องประธานาธิบดียิ่งกว่าไข่ในหิน
ประธานาธิบดีสามารถใช้เสียงข้างมากในสภาใดๆ ก็ได้ ถ้าพรรคที่ สนับสนุนตัวเองเป็นประธานาธิบดีครอบครองเสียงข้างมาก และประธานา ธิบดียังสามารถควบคุมระบบตุลาการได้ ซึ่งแตกต่างกับประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ที่นายกรัฐมนตรีไม่สามารถแทรกแซงระบบตุลา การที่เป็นอิสระ ไม่ต้องตกอยู่ภายใต้อำนาจการเมือง นี่เองทำให้ผู้กระสันอยากจะเป็นใหญ่ในประเทศไทยต้องการสถาปนาระบบประธานาธิบดีขึ้นมาในประเทศไทย
สาธารณรัฐนั้นการเมืองเป็นใหญ่ รัฐใดที่มีประชาชนที่ยึดถือพวกพ้องยึดถือผิวสี ก็จะทำให้ประชาชนส่วนน้อยไม่ได้รับสิทธิเสมอภาคเท่าเทียมกัน ระบบเสียงข้างมากจะดูแลพวกพ้องของตนมากกว่า เหมือนที่ทักษิณประกาศว่าจะดูแลจังหวัดที่เลือกพรรคเผาไทยทั้งจังหวัดก่อน รัฐมิชิแกนที่เกิดกรณีกาว สามเคจะใช้กำลังประทุษร้ายผู้ว่าการรัฐที่ประกาศมาตรการป้องกันไวรัสโควิด-๑๙ ตรงข้ามกับมาตรการของเฒ่าผมเป๋ เพราะผู้ว่าการรัฐมาจากพรรคลา แต่เฒ่าผมเป๋มาจากพรรคช้าง ระบบการเลือกตั้งประธานาธิบดีของเมืองมะกันก็สับสน เพราะใช้ระบบอิเล็กโทรัลโหวต มิใช่ป๊อปปูลาร์โหวต เฒ่าผมเป๋และอดีตประธานาธิบดีหลายๆ คนก็มาจากผลการเลือกตั้งแบบอิเล็กโทรัลโหวต ทั้งๆ ที่ได้รับเสียงสนับสนุนจากประชาชนน้อยกว่า
สาธารณรัฐไทยอาจจะแก้ไขปัญหาวันนี้ได้ แต่ก็จะมีปัญหาใหญ่ตาม มาเพราะประเทศไทยก็มีหลากหลายวัฒนธรรม ศาสนาเป็นเรื่องหนึ่งที่จะทำ ให้รัฐปัตตานีแยกตัวออกจากสาธารณรัฐไทยอย่างแน่นอน ประสบการณ์ของสาธารณรัฐรัสเซียที่หลังจากแตกแยกก็มีปัญหามากมาย ดังนั้นผมว่า ประเทศไทยไม่สมควรเปลี่ยนเป็นสาธารณรัฐเด็ดขาด ถ้าจะปฏิรูปการเมืองจริงๆ แนวทางหนึ่งก็คือ "บัญชีคณะรัฐมนตรี" แทนบัญชีรายชื่อ ส.ส. เพราะประชาชนสามารถเลือกทีมคณะรัฐมนตรีและนายกรัฐมนตรีได้ และตัดปัญหาความกระสันอยากของนักการเมือง ถ้าต้องการจะใช้อำนาจบริหารแทนประชาชนก็ต้องเลือกบัญชีคณะรัฐมนตรี แต่ถ้าต้องการทำหน้าที่นิติบัญญัติก็ต้องเลือกบัญชี ส.ส.
ประชาธิปไตยแบบแยกอำนาจบริหารและนิติบัญญัติชัดเจน น่าจะ มีส่วนดีมากกว่าประชาธิปไตยระบบสาธารณรัฐที่มอบอำนาจให้คนคนเดียวสูงสุด แล้วยังสามารถควบคุมอำนาจนิติบัญญัติและตุลาการได้ เท่ากับเป็นเผด็จการประชาธิปไตย.
นัสรูดิน
ถ้าเปลี่ยนไทยเป็นสาธารณรัฐจะโกลาหลจริงๆ ครับ เพราะตราบใดที่คนไทยยังไม่รู้จักคำว่าเคารพความเห็นที่แตกต่าง ความขัดแย้งก็จะเกิดไปทั่ว เผลอๆ ไทยจะแตกแบบรัสเซีย เหนือ ใต้ ออก ตก ขอแยกอยู่คนละประเทศ ทุกวันนี้มีคนบางกลุ่มอยากจะแยกครับ แต่ติดที่รัฐธรรมนูญกำหนดให้ไทยเป็นราชอาณาจักรหนึ่งเดียวแบ่งแยกไม่ได้.

ที่มา: นสพ.ไทยโพสต์ ฉบับวันที่ 21 ต.ค. 2563
News Code: pol art edu g:thaipost g:agency g:paper p:tpd v:paperl

ความคิดเห็น