วันเสาร์ที่ 25 กันยายน พ.ศ.2564

นายกฯสั่งเก็บตก ช่วยกลุ่มกิจการให้ทั่วถึง ยันงบประมาณมีเพียงพอ

 31 ก.ค. 2564 06:55 น.    หมวดหมู่ เศรษฐกิจ และการสร้างรายได้

นายกฯสั่งเก็บตก
ช่วยกลุ่มกิจการให้ทั่วถึง
ยันงบประมาณมีเพียงพอ
“นายกฯ” ถก ทีมเศรษฐกิจ เปิดตัวเลขงบประมาณ ยันยังมีเพียงพอ ที่กู้มาใหม่ 5 แสนล้าน ยังไม่ได้ใช้ สั่งเตรียมพร้อม ทั้งมาตรการเดิม-มาตรการใหม่พุ่งเป้าลงบางกิจการให้ทั่วถึง ด้าน เงินเยียวยา ถึงมือ ประกันตน 4 ส.ค.นี้ ย้ำโอนเข้าบัญชีผ่านพร้อมเพย์เท่านั้น
เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2564 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและรมว.กลาโหมตอบคำถามสื่อมวลชนที่ส่งผ่านคณะทำงาน โดยเป็นการบันทึกเทปไว้ในช่วงเวลา 17.00น.วันที่29 กรกฎาคม โดย พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงการประชุมทีมเศรษฐกิจเมื่อช่วงเช้าวันที่ 29 กรกฎาคม ที่ผ่านมาว่า นายกรัฐมนตรีและรัฐบาลมีหน้าที่หลายอย่างด้วยกัน ทางด้านเศรษฐกิจ ความมั่นคง ด้านสาธารณสุข เมื่อช่วงเช้าวันที่ 29 กรกฎาคม ได้หารือกับคณะทำงานด้านเศรษฐกิจได้พิจารณาถึงสถานการณ์ของเศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจในภูมิภาค รวมทั้งประเทศรอบบ้านของเราในทุกมิติ ว่าเราควรจะต้องเดินหน้าอย่างไรต่อไป รวมทั้งการแก้ไขปัญหาต่างๆ
-->
ทั้งนี้ ปัจจุบันเรามีสถิติการส่งออกเพิ่มมากขึ้นในหลายกิจการกิจกรรมจึงจำเป็นต้องหารือว่าทำอย่างไรจะให้เกิดความเข้มแข็งมากขึ้น รวมถึงตลาดต่างประเทศอาจจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนวิธีการ ทั้งในเรื่องการนำเข้า ส่งออก ซึ่งเรื่องนี้ก็ได้พูดคุยกับทางสำนักงบประมาณและสภาการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เพราะเห็นใจประชาชนและผู้ประกอบการที่ได้รับความเดือดร้อนกันทั่วหน้าจากสถานการณ์โควิด
“ในส่วนของเงินงบประมาณ ผมได้สอบถาม ก็ได้รับการยืนยันว่างบประมาณของประเทศยังมีเพียงพออยู่ ซึ่งเราใช้งบประมาณก้อนแรกไปแล้วจากวงเงินกู้ 1 ล้านล้านบาท ซึ่งเหลืออยู่ประมาณ 2 พันกว่าล้านบาท ส่วนงบประมาณงวดใหม่ 500,000 กว่าล้าน ที่ได้ขออนุมัติเงินกู้มานั้น ยังไม่ได้ใช้อะไรเลย จึงสั่งการว่าต้องเตรียมมาตรการให้พร้อม ทั้งมาตรการเดิมและมาตรการใหม่ ซึ่งอาจจะต้องมีการพุ่งเป้าลงไปในบางกิจการหรือบางกลุ่มเป็นพิเศษให้ทั่วถึง”
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่านอกจากนี้ ยังได้มีการพูดคุยติดตามความคืบหน้าถึงการดำเนินมาตรการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ ที่ปัจจุบันค่อนข้างมีผลดีในเรื่องของการท่องเที่ยว ทั้งจังหวัดภูเก็ตและพื้นที่อื่นๆนำร่อง ซึ่งได้มีการเปิดไปแล้ว ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม และ 15 กรกฎาคม ซึ่งขณะนี้สถานการณ์ยังคงดีอยู่ ได้มีการหารือว่าจะทำอย่างไรเพื่อขยายพื้นที่ให้มากขึ้น ประเด็นสำคัญคือต้องมีการฉีดวัคซีนในพื้นที่ที่จะดำเนินโครงการต่อ ต้องหามาตรการรองรับ การตรวจสอบคัดกรอง ซึ่งในเรื่องดังกล่าวเราค่อนข้างเข้มงวด จากสถานการณ์ในช่วงที่ผ่านมาผลการตรวจสอบการติดเชื้อต่างๆก็ยังอยู่ในเกณฑ์ที่กำหนด ก็จะมาหารือดูต่อว่าจะทำอะไรได้มากกว่านี้อีก ทั้งเพื่อเป็นการอำนวยความสะดวก แต่ก็ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยทั้งคนไทยและคนต่างประเทศที่เดินทางเข้ามา ซึ่งก็ต้องหารือกันต่อไป
สิ่งที่เป็นห่วงขนาดนี้คือทำอย่างไรจะไม่ทำให้ภาคการผลิตเสียหาย แต่ก็มีหลายโรงงานที่จำเป็นต้องปิดเนื่องจากมีการแพร่ระบาด ซึ่งก็ต้องมาพิจารณาว่าจะแก้ปัญหาอย่างไร วันนี้หลายโรงงานให้ความร่วมมือในการจัดตั้งโรงพยาบาลสนาม แต่บางโรงงานทำไม่ได้ก็ต้องเข้าไปแก้ปัญหาให้ เพื่อแยกไปอยู่ในโรงพยาบาลสนาม ซึ่งมีทั้งในส่วนของกระทรวงแรงงานและกระทรวงการอุดมศึกษาฯทั้งนี้การพูดคุยกันในวงเศรษฐกิจนี้มีหลายประเด็น มีรายละเอียดค่อนข้างมาก เป็นการเตรียมการไว้ล่วงหน้า รวมทั้งแก้ปัญหาปัจจุบันด้วย
ด้านสมาคมธนาคารไทยได้มีการประสานธนาคารสมาชิก เพื่อเตรียมพร้อมดำเนินการรับโอนเงินเยียวยาประกันสังคมเข้าบัญชีธนาคารผ่านระบบพร้อมเพย์ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้นายจ้างและผู้ประกันตน ม.33 ที่ได้รับผลกระทบจากการถูกปิดกิจการตามประกาศคำสั่งของ ศบค. โดยสำนักงานประกันสังคม (สปส.) จะทำการโอนให้ผู้ประกันตนตาม ม.33 ที่ได้รับสิทธิในวันที่ 4-6 สิงหาคม 2564 เฉพาะ 10 จังหวัด จำนวนผู้ประกันตนกว่า 2.87 ล้านราย ได้แก่ กรุงเทพมหานคร นนทบุรี ปทุมธานี นครปฐม สมุทรสาคร สมุทรปราการ นราธิวาส ปัตตานี ยะลา สงขลา
สำหรับ 3 จังหวัดที่เหลือ ได้แก่ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และ พระนครศรีอยุธยา จะแจ้งการโอนเงินให้ทราบ อีกครั้งในภายหลังโดยนายจ้างและผู้ประกันตน ม.33 ที่จะได้รับเงินช่วยเหลือนี้ ต้องเป็นผู้ได้สิทธิตามคุณสมบัติและเงื่อนไข โดย สปส.จะเปิดให้ตรวจสอบสิทธิบนเว็บไซต์ของ สปส. โดยผู้ประกันตนที่มีบัญชีธนาคารที่ผูกพร้อมเพย์กับ บัตรประชาชนจะได้รับการโอนเงินเข้าบัญชีโดยอัตโนมัติ ไม่จำเป็นต้องติดต่อธนาคารเพื่อเปิดบัญชีใหม่ หรือลงทะเบียนพร้อมเพย์ด้วยบัตรประชาชนใหม่
สำหรับผู้ประกันตนที่ได้สิทธิและมีบัญชีธนาคาร แต่ยังไม่ได้ผูกพร้อมเพย์กับหมายเลขบัตรประชาชน หรือ เดิมผูกด้วยเบอร์โทรศัพท์มือถือ สามารถดำเนินการผูกบัญชีหรือเปลี่ยนพร้อมเพย์จากโทรศัพท์มือถือมาเป็นผูกกับหมายเลขบัตรประชาชนด้วยตนเอง ผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ของธนาคารที่มีบัญชีอยู่เช่นMobile Application, Internet Banking และเครื่อง ATM ตามช่องทางที่แต่ละธนาคารให้บริการ โดยไม่จำเป็นต้องเดินทางไปที่สาขาธนาคาร เพื่อความสะดวกและลดความเสี่ยงจากการระบาดของโควิด-19
ส่วนผู้ประกันตนที่ได้รับสิทธิและยังไม่เคยมีบัญชีเงินฝาก สามารถใช้บริการเปิดบัญชีผ่านช่องทางออนไลน์ จากนั้นค่อยลงทะเบียนผูกพร้อมเพย์ด้วยหมายเลขบัตรประชาชน ผ่านช่องทางออนไลน์ต่างๆ เพื่อขอรับสิทธิตามมาตรการเยียวยาดังกล่าว หากมีข้อสงสัยเรื่องการผูกบัญชีพร้อมเพย์กับหมายเลขบัตรประชาชน หรือช่องทาง ที่สามารถทำได้ สามารถศึกษาข้อมูลผ่านเว็บไซต์ หรือ ติดต่อสอบถามผ่านคอลเซ็นเตอร์ของธนาคารที่ใช้บริการอยู่
ทั้งนี้ ผู้ประกันตน ม.33 สามารถตรวจสอบสิทธิโครงการเยียวยาได้ที่ https://www.sso.go.th หรือโทรศัพท์ สายด่วนประกันสังคม 1506 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง หากผู้ประกันตนมีความจำเป็นต้องไปทำธุรกรรมที่สาขาของธนาคาร ทางสมาคมธนาคารไทย ขอความร่วมมือผู้ติดต่อใช้บริการ ณ สาขาธนาคาร ในการปฏิบัติตนตามมาตรฐานดูแลความปลอดภัยที่ธนาคารแต่ละแห่งได้กำหนดไว้ เพื่อร่วมกันป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ที่มา: www.naewna.com
News Code: pol g:naewna g:agency p:wnn v:netnews

ความคิดเห็น