วันพฤหัสบดีที่ 29 ตุลาคม พ.ศ.2563

ลุย3จ.ชายแดนใต้ส่องโครงการพัฒนาศักยภาพฯ

 21 ก.ย. 2563 02:59 น.    หมวดหมู่ เศรษฐกิจ และการสร้างรายได้

ผศ.ดร.ดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง เลขานุการ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กล่าวหลังนำคณะผู้บริหาร อว.ลงพื้นที่เยี่ยมชมผลสำเร็จโครงการพัฒนาศักยภาพการผลิตด้านการเกษตร (ด้านปศุสัตว์) พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ณ จ.นราธิวาส ยะลาและปัตตานี ว่า จุดแรกที่เยี่ยมชมกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเลี้ยงโคช่องเขต อ.สายบุรี จ.ปัตตานี กลุ่มมีสมาชิก 30 ราย โคกว่า 200 ตัว โดยจะมีคอกกลางสำหรับรับโคของสมาชิกมาขุนให้ได้น้ำหนัก เพื่อรอจำหน่ายทั้งตัว อีกส่วนจะแปรรูปเป็นเนื้อสไลด์ เนื้อเบอร์เกอร์ เนื้อสเต๊ก โดยมีตลาดเนื้อโคแปรรูปจากการขายออนไลน์เกือบทั้งหมด สมาชิกทุกคนมีเป้าหมายที่ชัดเจนในการผลิตโคขุนคุณภาพสูง มีการพัฒนาสายพันธุ์โค การทำผลิตภัณฑ์เพื่อ จัดจำหน่าย แต่สิ่งที่ทางโครงการกำลัง เร่งดำเนินการคือ 1.การพัฒนามาตรฐานฟาร์ม 2.การพัฒนาความหลากหลายของผลิตภัณฑ์จากเนื้อโค 3.การพัฒนาช่องทางการจัดจำหน่ายให้หลากหลาย 4.การสร้างห้องแปรรูปผลิตภัณฑ์เพื่อรองรับการผลิตที่ได้มาตรฐาน และ 5.การให้ความรู้เรื่องการบริหารจัดการชิ้นส่วน
"กลุ่มเลี้ยงโคช่องเขต มีความต้องการตลาดรองรับที่แน่นอน โรงเชือด โรงชำแหละ โรงแปรรูป ที่ได้มาตรฐาน และมาตรฐานฟาร์มที่ได้มาตรฐาน อีกทั้งต้องการแปรรูปผลิตภัณฑ์ให้หลากหลายขึ้น เพื่อแก้ปัญหาเนื้อลักลอบนำเข้าจากต่างประเทศที่มีราคาถูกกว่า" ผศ.ดร.ดวงฤทธิ์ กล่าว
ต่อมาคณะเดินทางไปรับฟังสรุปที่กลุ่มแพะอารมณ์ดี ต.บันนังสาเรง อ.เมือง จ.ยะลา ซึ่งเป็นฟาร์มภายใต้เครือข่ายเกษตรกรผู้เลี้ยงแพะนมจังหวัดยะลา เป็นฟาร์มแพะนมสายพันธุ์ซาแนน สามารถให้น้ำนมเฉลี่ยตัวละกิโลครึ่งต่อวัน ปัจจุบันมีแพะทั้งหมด 20 ตัว และพร้อมให้น้ำนมได้แล้วประมาณวันละ 5-6 กิโลกรัม โดยในฟาร์มเปิดเพลง ให้ฟังอยู่เสมอ เพื่อให้แพะรู้สึกผ่อนคลาย อาหารที่ใช้เลี้ยงจะเป็นหญ้าหวานและผิวถั่วเหลืองที่ให้โปรตีนสูง มีแปลงปลูกหญ้าหวานเอง ประมาณ 1 ไร่ ส่งผลให้น้ำนมมีคุณภาพดีมีความหวานในน้ำนม ช่วยเพิ่มน้ำนมและทำให้น้ำนมแพะไม่มีกลิ่นคาว ในด้านการทำการตลาดมีทั้งการขายตรงจากฟาร์ม และทางตลาดออนไลน์ผ่านทางช่องทางเฟซบุ๊ก
ผศ.ดร.ดวงฤทธิ์ กล่าวเสริมว่า ปัจจุบันกลุ่มแพะอารมณ์ดี ได้ร่วมมือบริษัทเอกชนเพื่อต่อยอดทางการตลาดพัฒนาความหลากหลายของสินค้าที่ใช้น้ำนมแพะเป็นส่วนประกอบหลัก รวมทั้งการพัฒนามาตรฐานฟาร์ม พัฒนาช่องทางการจัดจำหน่ายให้มีความหลากหลาย การหาโรงงานแปรรูปที่ได้มาตรฐานเพื่อจ้างผลิตนมแพะพร้อมดื่มรสชาติต่าง ๆ และการทำนมผง เป็นต้น ช่วงโควิด-19 ที่ผ่านมาประสบปัญหาเรื่องนมแพะล้นตลาด จึงต้องหันมาแปรรูปนมแพะเพื่อพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่ม และสามารถเก็บไว้ได้นานขึ้น
"เป็นโครงการที่ดี อว.จะต้องสนับสนุนเพื่อช่วยเหลือชาวบ้านที่เป็นผู้ประกอบการในพื้นที่ให้ประสบความสำเร็จ เพื่อเพิ่มศักยภาพและความสามารถในการแข่งขันได้อย่างเต็มที่ในโลกธุรกิจยุคใหม่ ทั้งจะเปิดรับอาสาสมัครวิทยาศาสตร์ไม่จำกัดอายุและวุฒิการศึกษา เข้ามามีส่วนร่วมเพื่อนำเสนอปัญหาที่แต่ละกลุ่มวิสาหกิจชุมชนให้กับคลินิกเทคโนโลยีของ อว.เข้าไปแก้ไข ทั้งนี้ได้สั่งการให้สำนักส่งเสริมและถ่ายทอดเทคโนโลยี สำนักงานปลัด อว.เก็บประเด็นความต้องการของชาวบ้าน กลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มต่าง ๆ เพื่อนำมาแก้ปัญหาต่อ เช่น สินค้าที่ผลิตยังไม่มีการรับรองมาตรฐาน มาตรฐานฟาร์ม การแปรรูปผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐาน เป็นต้น เพื่อเป็นแนวทางต่อยอดธุรกิจสินค้าให้กับชาวบ้าน" ผศ.ดร.ดวงฤทธิ์ กล่าว หลังเยี่ยมโครงการฯ.

ที่มา: นสพ.เดลินิวส์ ฉบับวันที่ 21 ก.ย. 2563
News Code: agri g:dailynews g:agency g:paper p:dnd v:paperl

ความคิดเห็น