วันเสาร์ที่ 25 กันยายน พ.ศ.2564

ร่วมแถลงข่าว ผลการจับกุมเครือข่ายค้ายาเสพติดในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี – กระบี่ ภายใต้การอำนวยการของแม่ทัพภาคที่ 4 ของกลางมูลค่ากว่า 69 ล้านบาท

 22 ก.ค. 2564 21:43 น.    เข้าชม 78

          วันนี้ 22 กรกฎาคม 2564 เวลา 17.00 น. พลโท เกรียงไกร ศรีรักษ์ แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 พร้อมด้วย นายวิชวุทย์ จินโต ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี และพลตำรวจตรี ณัฐ สิงห์อุดม รองผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน รักษาราชการแทน ผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 4 ร่วมแถลงผลการปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติดในพื้นที่ สุราษฎร์ธานี – กระบี่ โดยสามารถจับกุมนายอุทัย เพ็ชรรัตน์ (สี) อายุ 33 ปี อยู่บ้านเลขที่ 6/9 หมู่ที่ 8 ตำบลควนทอง อำเภอขนอม จังหวัดนครศรีธรรมราช และนาย อนุเชษฐ์ สีทองนาค (เชษฐ์) อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 56 หมู่ที่ 8 ตำบลควนทอง อำเภอขนอม จังหวัดนครศรีธรรมราช บริเวณศาลาริมถนน หมู่ที่ 12 ตำบลปากแพรก อำเภอดอนสัก จังหวัดสุราษฎร์ธานี จนสามารถขยายผล จับกุมยาเสพติดเพิ่มเติม บริเวณสวนข้างบ้าน พบของกลางยาเสพติดหลายประเภท เบื้องต้นแจ้งข้อกล่าวหาร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 ( เมทแอมเฟตามีน หรือไอซ์ ยาบ้า เฮโรอีน) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย และพยายามจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย

          จากการสืบหาข่าวเครือข่ายค้ายาเสพติด ของนายอุทัย เพ็ชรรัตน (สี) ทราบว่าเป็นผู้จำหน่ายยาเสพติดในพื้นที่อำเภอดอนสัก จังหวัดสุราษฎร์ธานี เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการข่าว กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 417 จึงได้ทำการล่อซื้อยาเสพติดจากนายอุทัย และได้นัดหมายเพื่อรับยาเสพติดที่บริเวณศาลาริมถนน ปากทางเข้าคลองวัง ถนนสุราษฎร์ธานี – นครศรีธรรมราช หมู่ที่ 12 ตำบลปากแพรก อำเภอดอนสัก จังหวัดสุราษฎร์ธานี ช่วงเวลา 20.00 น. ของวันที่ 20 กรกฎาคม เจ้าหน้าที่แสดงตนเข้าจับกุมนายอุทัยและพวกพร้อมของกลาง ยาบ้าจำนวน 2,000 เม็ด จากการสอบสวนเบื่องต้น นายอุทัยได้ให้การรับสารภาพ พร้อมเจ้าหน้าที่ได้ทำการขยายผลแหล่งซุกซ่อน พบของกลางเป็นยาบ้าบรรจุในห่อ 275 มัด จำนวน 550,000 เม็ด ,ไอซ์ น้ำหนัก 100 กรัม เฮโรอีน 4 กิโลกรัม รวมของกลางมูลค่าประมาณ 69 ล้านบาท

          พลโท เกรียงไกร ศรีรักษ์ แม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวว่า “ยาเสพติดถือเป็นประเด็นปัญหาหลัก และเป็นทุกข์ร่วมของพี่น้องประชาชน ที่ผ่านมาได้มีการมอบนโยบาย บูรณาการกำลังทุกภาคส่วนในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อดำเนินการต่อกลุ่มกระบวนการ ซึ่งทางกองทัพบกได้ให้ความสำคัญกับยาเสพติด ทั้งการปราบปรามผู้ค้ารายใหญ่ ผู้เสพ ไปจนถึงการบำบัดรักษา

          ในส่วนของการจับกุมรายใหญ่ที่ผ่านมานั้น มีการขยายผลเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล ซึ่งนำไปสู่การจับกุม ยึดทรัพย์ ผู้ที่ร่วมขบวนการ เราจับสังเกตจากเงินหมุนเวียน และพฤติกรรมที่ร่ำรวยขึ้นมาอย่างผิดสังเกต ก็จะมีการขยายผลไปสู่การจับกุมยึดทรัพย์ตามลำดับ ทั้งในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และในครั้งนี้มีมูลค่าของกลางรวมกว่า 70 ล้านบาทซึ่งหากออกนอกประเทศก็จะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นอีก ปัจจุบันการค้ายาเสพติดได้มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบที่หลากหลายเพิ่มมากขึ้น อย่างไรก็ตามขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนหากพบเบาะแสก็สามารถแจ้งเข้ามายังเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้ตลอด ข้อมูลเพียงน้อยนิดก็เป็นประโยชน์ให้กับเจ้าหน้าที่สามารถนำมาขยายผลต่อยอดสู่การจับกุมเป้าหมายได้เช่นกัน

ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า

ความคิดเห็น